แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดในการจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรก

การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกหมายความว่า Google จะใช้เนื้อหารุ่นอุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นหลักในการจัดทำดัชนีและการจัดอันดับ ที่ผ่านมา เราจะใช้เนื้อหาหน้ารุ่นเดสก์ท็อปในดัชนีเป็นหลักเมื่อประเมินความเกี่ยวข้องของหน้าเว็บกับคำค้นหาของผู้ใช้ แต่เนื่องจากปัจจุบันผู้ใช้ส่วนใหญ่เข้าถึง Google Search ด้วยอุปกรณ์เคลื่อนที่ จากนี้ไป Googlebot จึงจะรวบรวมข้อมูลและจัดทำดัชนีหน้าเว็บด้วย Agent สมาร์ทโฟน

ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2019 เราจะเปิดใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกสำหรับเว็บไซต์ใหม่ทั้งหมดโดยค่าเริ่มต้น (ทั้งเว็บไซต์ที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่หรือที่ Google Search ไม่รู้จักก่อนหน้านี้) สำหรับเว็บไซต์เก่าหรือเว็บไซต์ที่มีอยู่แล้ว เราจะตรวจสอบและประเมินหน้าเว็บโดยอิงตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดซึ่งระบุไว้ในคำแนะนำนี้ต่อไป เราจะแจ้งให้เจ้าของเว็บไซต์ทราบใน Search Console เกี่ยวกับวันที่ที่เว็บไซต์ของตนเปลี่ยนไปใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรก

โปรดทำตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดที่ระบุไว้ในคำแนะนำนี้เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด

ตรวจสอบว่า Googlebot เข้าถึงและแสดงผลเนื้อหาของคุณได้

ตรวจสอบว่า Googlebot เข้าถึงและแสดงผลเนื้อหาและทรัพยากรของหน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้

  • ใช้เมตาแท็ก robots เดียวกันกับเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่และเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป หากคุณใช้เมตาแท็ก robots ที่ต่างกันบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง noindex หรือ nofollow) Google อาจรวบรวมข้อมูลและจัดทำดัชนีหน้าเว็บของคุณไม่ได้เมื่อเปิดใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกสำหรับเว็บไซต์
  • อย่าโหลดเนื้อหาหลักแบบ Lazy Loading เมื่อผู้ใช้โต้ตอบ Googlebot จะไม่โหลดเนื้อหาที่จำเป็นต้องมีการโต้ตอบของผู้ใช้จึงจะโหลดได้ (เช่น การเลื่อน การคลิก หรือการพิมพ์) ตรวจสอบว่า Google มองเห็นเนื้อหาที่โหลดแบบ Lazy Loading ได้
  • ให้ Google รวบรวมข้อมูลทรัพยากรของคุณ ทรัพยากรบางรายการมี URL บนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ต่างกับ URL บนเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป หากต้องการให้ Google รวบรวมข้อมูล URL ให้ตรวจดูว่าคุณไม่ได้บล็อก URL ด้วยคำสั่ง disallow

ตรวจดูว่าเนื้อหาเหมือนกันทั้งเว็บไซต์ในเดสก์ท็อปและเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่

  • ตรวจดูว่าเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณมีเนื้อหาเดียวกันกับเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป หากเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่มีเนื้อหาน้อยกว่าเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป ให้พิจารณาอัปเดตเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อให้มีเนื้อหาหลักเทียบเท่ากับเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป การจัดทำดัชนีเกือบทั้งหมดในเว็บไซต์ของคุณจะมาจากเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่
  • ใช้ส่วนหัวที่ชัดเจนและมีความหมายบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่เหมือนที่ใช้กับเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป

ตรวจสอบข้อมูลที่มีโครงสร้าง

หากคุณมีข้อมูลที่มีโครงสร้างในเว็บไซต์ โปรดตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวมีอยู่ในเว็บไซต์ทั้ง 2 รุ่น ต่อไปนี้คือรายการที่ต้องทำการตรวจสอบเป็นการเฉพาะ

  • ตรวจดูว่าเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่และเว็บไซต์ในเดสก์ท็อปของคุณมีข้อมูลที่มีโครงสร้างเดียวกัน หากคุณต้องจัดลำดับความสำคัญของประเภทข้อมูลที่มีโครงสร้างที่เพิ่มลงในเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ ให้เริ่มด้วย Breadcrumb, Product และ VideoObject
  • ใช้ URL ที่ถูกต้องในข้อมูลที่มีโครงสร้าง ตรวจดูว่า URL ในข้อมูลที่มีโครงสร้างในเว็บไซต์รุ่นอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้รับการอัปเดตเป็น URL อุปกรณ์เคลื่อนที่
  • หากคุณใช้เครื่องมือไฮไลต์ ให้ฝึกเครื่องมือนี้กับเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณ หากคุณใช้เครื่องมือไฮไลต์เพื่อจัดเตรียมข้อมูลที่มีโครงสร้าง ให้ตรวจสอบหน้าแดชบอร์ดของเครื่องมือไฮไลต์เป็นประจำเพื่อตรวจหาข้อผิดพลาดในการแยก

นำข้อมูลเมตาเดียวกันไปใส่ไว้ในเว็บไซต์ทั้ง 2 รุ่น

ตรวจดูว่าชื่อที่สื่อความหมายและคำอธิบายเมตาเทียบเท่ากันในเว็บไซต์ทั้ง 2 รุ่น

ตรวจสอบตำแหน่งโฆษณาของคุณ

อย่าปล่อยให้โฆษณาส่งผลกระทบต่ออันดับของหน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณ ปฏิบัติตามมาตรฐานโฆษณาที่ดีกว่าเมื่อแสดงโฆษณาในอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น โฆษณาที่ด้านบนของหน้าอาจกินพื้นที่มากเกินไปในอุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งทำให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี

ตรวจสอบเนื้อหาภาพ

ตรวจสอบรูปภาพของคุณ

ตรวจดูว่ารูปภาพบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเกี่ยวกับรูปภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราขอแนะนำให้คุณดำเนินการต่อไปนี้

  • ใช้รูปภาพที่มีคุณภาพสูง อย่าใช้รูปภาพที่มีขนาดเล็กเกินไปหรือมีความละเอียดต่ำบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่
  • ใช้รูปแบบที่รองรับสำหรับรูปภาพ อย่าใช้รูปแบบหรือแท็กที่ไม่รองรับ เช่น Google รองรับรูปภาพในรูปแบบ SVG แต่ระบบของเราจะจัดทำดัชนีรูปภาพ .jpg ในแท็ก <image> ภายใน SVG ในหน้าไม่ได้
  • อย่าใช้ URL ที่เปลี่ยนไปทุกครั้งที่หน้าเว็บโหลดสำหรับรูปภาพของคุณ Google จะประมวลผลและจัดทำดัชนีทรัพยากรของคุณอย่างถูกต้องไม่ได้หากคุณใช้ URL ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
  • ตรวจดูว่าเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่มีข้อความแสดงแทนสำหรับรูปภาพเหมือนกันกับเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป ใช้ข้อความแสดงแทนที่สื่อความหมายสำหรับรูปภาพบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่เหมือนที่ใช้กับเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป
  • ตรวจดูว่าเนื้อหาของหน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่มีคุณภาพดีเหมือนหน้าในเดสก์ท็อป ใช้ชื่อ คำบรรยายวิดีโอ ชื่อไฟล์ และข้อความที่สื่อความหมาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับรูปภาพบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่เหมือนที่ใช้กับเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป

ตรวจสอบวิดีโอของคุณ

ตรวจดูว่าวิดีโอบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิดีโอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เราขอแนะนำให้คุณดำเนินการต่อไปนี้

  • อย่าใช้ URL ที่เปลี่ยนไปทุกครั้งที่หน้าเว็บโหลดสำหรับวิดีโอของคุณ Google จะประมวลผลและจัดทำดัชนีทรัพยากรของคุณอย่างถูกต้องไม่ได้หากคุณใช้ URL ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
  • ใช้รูปแบบที่รองรับสำหรับวิดีโอของคุณและนำวิดีโอไปใส่ไว้ในแท็กที่รองรับ ระบบจะระบุวิดีโอในหน้าเว็บได้จากการมีแท็ก HTML เช่น <video>, <embed> หรือ <object>
  • ใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้างของวิดีโอเดียวกันทั้งบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่และเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ในตรวจสอบข้อมูลที่มีโครงสร้างของคุณ
  • วางวิดีโอไว้ในตำแหน่งที่มองเห็นง่ายในหน้าเว็บเมื่อดูในอุปกรณ์เคลื่อนที่ เช่น อันดับของวิดีโออาจได้รับผลกระทบหากผู้ใช้ต้องเลื่อนลงมากเกินไปเพื่อค้นหาวิดีโอบนหน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดเพิ่มเติมสำหรับ URL แบบแยก

หากเว็บไซต์ของคุณมี URL แบบแยกสำหรับหน้าเว็บรุ่นเดสก์ท็อปและรุ่นอุปกรณ์เคลื่อนที่ (หรือที่เรียกกันว่า m.) เราขอแนะนำให้ปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดต่อไปนี้

  • ตรวจดูว่าสถานะของหน้าแสดงข้อผิดพลาดเหมือนกันทั้งในเว็บไซต์ในเดสก์ท็อปและเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ หากเว็บไซต์ในเดสก์ท็อปแสดงเนื้อหาตามปกติและเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นหน้าแสดงข้อผิดพลาด หน้านี้จะหายไปจากดัชนี
  • ตรวจดูว่ารุ่นอุปกรณ์เคลื่อนที่ไม่มี Fragment URL ส่วน Fragment ของ URL คือส่วนท้ายของ URL ซึ่งขึ้นต้นด้วย # ส่วนใหญ่แล้ว Fragment URL จะจัดทำดัชนีไม่ได้ และหน้าเหล่านี้จะหายไปจากดัชนีหลังจากเปิดใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกสำหรับโดเมน
  • ตรวจดูว่ารุ่นเดสก์ท็อปที่แสดงเนื้อหาอื่นมีรุ่นในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่เทียบเท่ากัน หาก URL อื่นเปลี่ยนเส้นทางไปยัง URL เดียวกัน (เช่น หน้าแรก) ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ หลังจากเปิดใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกสำหรับโดเมน หน้าเหล่านี้ทั้งหมดจะหายไปจากดัชนี
  • ยืนยันเว็บไซต์ทั้ง 2 รุ่นใน Search Console เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะเข้าถึงข้อมูลและข้อความสำหรับทั้ง 2 รุ่นได้ เว็บไซต์ของคุณอาจประสบปัญหาข้อมูลไม่สอดคล้องกันเมื่อ Google เปลี่ยนไปใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกสำหรับเว็บไซต์นั้น
  • ตรวจสอบการลิงก์ hreflang ใน URL แบบแยก เมื่อคุณใช้เอลิเมนต์ของลิงก์ rel=hreflang สำหรับการทำให้เป็นสากล ให้ลิงก์ระหว่าง URL อุปกรณ์เคลื่อนที่และ URL เดสก์ท็อปแยกกัน hreflang ของ URL อุปกรณ์เคลื่อนที่ควรชี้ไปยัง URL อุปกรณ์เคลื่อนที่ และในทำนองเดียวกัน hreflang ของ URL เดสก์ท็อปควรชี้ไปยัง URL เดสก์ท็อป
  • ตรวจดูว่าเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่มีความสามารถมากพอที่จะจัดการกับอัตราการรวบรวมข้อมูลที่อาจเพิ่มขึ้นในเว็บไซต์รุ่นอุปกรณ์เคลื่อนที่
  • ยืนยันว่าคำสั่ง robots.txt ทำงานได้ตามที่ต้องการในเว็บไซต์ทั้ง 2 รุ่น ไฟล์ robots.txt ให้คุณระบุส่วนต่างๆ ของเว็บไซต์ที่ต้องการหรือไม่ต้องการให้รวบรวมข้อมูล ในกรณีส่วนใหญ่ คุณควรใช้คำสั่ง robots.txt เดียวกันทั้งสำหรับเว็บไซต์รุ่นอุปกรณ์เคลื่อนที่และรุ่นเดสก์ท็อป
  • ใช้เอลิเมนต์ของลิงก์ rel=canonical และ rel=alternate ที่ถูกต้องระหว่างรุ่นอุปกรณ์เคลื่อนที่และรุ่นเดสก์ท็อป

การแก้ปัญหา

ต่อไปนี้คือรายการข้อผิดพลาดที่พบบ่อยซึ่งทำให้เปิดใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกสำหรับเว็บไซต์ไม่ได้หรืออาจทำให้อันดับของเว็บไซต์ลดลงหลังจากเปิดใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรก หากยังไม่ได้เปิดใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกสำหรับเว็บไซต์ คุณสังเกตเห็นอันดับที่ลดลงหลังจากเปิดใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกสำหรับเว็บไซต์ หรือคุณได้รับข้อความใน Search Console โปรดดูรายการข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและแก้ไขข้อผิดพลาดที่คุณอาจพบ

ข้อผิดพลาด

ไม่มีข้อมูลที่มีโครงสร้าง

สาเหตุของปัญหา: หน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่ไม่มีมาร์กอัปข้อมูลที่มีโครงสร้างครบทั้งหมดอย่างที่หน้าในเดสก์ท็อปมี

แก้ปัญหา

  1. ยืนยันว่ามีข้อมูลที่มีโครงสร้างในเว็บไซต์ทั้ง 2 รุ่น (เดสก์ท็อปและอุปกรณ์เคลื่อนที่)
  2. ตรวจดูว่าเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่และเว็บไซต์ในเดสก์ท็อปของคุณมีข้อมูลที่มีโครงสร้างเดียวกัน
  3. ใช้ URL ที่ถูกต้องในข้อมูลที่มีโครงสร้าง ตรวจดูว่า URL ในข้อมูลที่มีโครงสร้างในเว็บไซต์รุ่นอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้รับการอัปเดตเป็น URL ที่ถูกต้อง
  4. ตรวจสอบข้อผิดพลาดในการแยกสำหรับข้อมูลที่มีโครงสร้างของคุณ หากคุณใช้เครื่องมือไฮไลต์เพื่อจัดเตรียมข้อมูลที่มีโครงสร้าง ให้ตรวจสอบหน้าแดชบอร์ดของเครื่องมือไฮไลต์เป็นประจำเพื่อตรวจหาข้อผิดพลาดในการแยก
  5. ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อตรวจสอบว่าเนื้อหามองเห็นได้ในหน้าที่แสดงผล (Googlebot จะเห็นหน้าของคุณเป็นหน้าที่แสดงผล)

แท็ก noindex ในหน้าเว็บ

สาเหตุของปัญหา: หน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่ถูกบล็อกไม่ให้จัดทำดัชนีโดยแท็ก noindex

แก้ปัญหา: ใช้เมตาแท็ก robots เดียวกันในเว็บไซต์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่และเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป อย่าใช้แท็ก noindex บนหน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่ (มิเช่นนั้น Google จะไม่จัดทำดัชนีหน้าเว็บของคุณเมื่อเปิดใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกสำหรับเว็บไซต์)

ไม่มีรูปภาพ

สาเหตุของปัญหา: หน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่ไม่มีรูปภาพที่สำคัญครบทั้งหมดอย่างที่หน้าในเดสก์ท็อปมี

แก้ปัญหา

  1. ตรวจดูว่าเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณมีเนื้อหาเดียวกันกับเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป หากเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่มีเนื้อหาน้อยกว่าเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป ให้พิจารณาอัปเดตเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อให้มีเนื้อหาหลักเทียบเท่ากับเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป สำหรับการจัดทำดัชนี ระบบจะใช้เฉพาะเนื้อหาที่แสดงบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่
  2. ใช้เมตาแท็ก robots เดียวกันในเว็บไซต์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่และเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป อย่าใช้แท็ก nofollow บนหน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่ (มิเช่นนั้น Google จะไม่รวบรวมข้อมูลและจัดทำดัชนีรูปภาพในหน้าเว็บของคุณเมื่อเปิดใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกสำหรับเว็บไซต์)
  3. ใช้รูปแบบและแท็กที่รองรับสำหรับรูปภาพ เช่น Google รองรับรูปภาพในรูปแบบ SVG แต่ระบบของเราจะจัดทำดัชนีรูปภาพ .jpg ในแท็ก <image> ภายใน SVG ในหน้าไม่ได้
  4. อย่าโหลดเนื้อหาหลักแบบ Lazy Loading เมื่อผู้ใช้โต้ตอบ Googlebot จะไม่โหลดเนื้อหาที่จำเป็นต้องมีการโต้ตอบของผู้ใช้จึงจะโหลดได้ (เช่น การเลื่อน การคลิก หรือการพิมพ์) ตรวจสอบว่า Google มองเห็นเนื้อหาที่โหลดแบบ Lazy Loading ได้

รูปภาพที่ถูกบล็อก

สาเหตุของปัญหา: รูปภาพที่สำคัญของหน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่ถูกบล็อกโดย robots.txt

แก้ปัญหา: ให้ Google รวบรวมข้อมูลทรัพยากรของคุณ บางรูปภาพมี URL บนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ต่างกับ URL บนเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป หากต้องการให้ Google รวบรวมข้อมูล URL คุณต้องไม่บล็อก URL ด้วยคำสั่ง disallow

รูปภาพมีคุณภาพต่ำ

สาเหตุของปัญหา: รูปภาพที่สำคัญของหน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่มีขนาดเล็กหรือความละเอียดต่ำเกินไป

แก้ปัญหา: ใช้รูปภาพคุณภาพสูง อย่าใช้รูปภาพที่มีขนาดเล็กเกินไปหรือมีความละเอียดต่ำบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่

ไม่มีข้อความแสดงแทน

สาเหตุของปัญหา: รูปภาพที่สำคัญของหน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่ไม่มีข้อความแสดงแทน

แก้ปัญหา: ใช้ข้อความแสดงแทนที่สื่อความหมายสำหรับรูปภาพบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่เหมือนที่ใช้กับเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป

ไม่มีชื่อหน้าเว็บ

สาเหตุของปัญหา: หน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่ไม่มีชื่อ

แก้ปัญหา: ตรวจสอบว่าชื่อและคำอธิบายเมตาเทียบเท่ากันในเว็บไซต์ทั้ง 2 รุ่น

URL อุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นหน้าแสดงข้อผิดพลาด

สาเหตุของปัญหา: หน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นหน้าแสดงข้อผิดพลาด

แก้ปัญหา: ตรวจดูว่าสถานะของหน้าแสดงข้อผิดพลาดเหมือนกันทั้งในเว็บไซต์ในเดสก์ท็อปและเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ หากเว็บไซต์ในเดสก์ท็อปแสดงเนื้อหาตามปกติและเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นหน้าแสดงข้อผิดพลาด หน้านี้จะหายไปจากดัชนี

URL อุปกรณ์เคลื่อนที่มี Anchor Fragment

สาเหตุของปัญหา: URL ของอุปกรณ์เคลื่อนที่มี Anchor Fragment ซึ่ง Google จัดทำดัชนี URL ที่มี Fragment ไม่ได้

แก้ปัญหา: ตรวจดูว่าเว็บไซต์รุ่นอุปกรณ์เคลื่อนที่ไม่มี Fragment URL ส่วนใหญ่แล้ว Fragment URL จะจัดทำดัชนีไม่ได้ และหน้าเหล่านี้จะหายไปจากดัชนีหลังจากเปิดใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกสำหรับโดเมน

หน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่ถูก robots.txt บล็อกไว้

สาเหตุของปัญหา: หน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่ถูกบล็อกโดยกฎ robots.txt

แก้ปัญหา: ยืนยันว่าคำสั่ง robots.txt และเมตาแท็ก robots ทำงานได้ตามที่คุณต้องการในเว็บไซต์ทั้ง 2 รุ่น ใช้คำสั่ง robots.txt เดียวกันทั้งสำหรับเว็บไซต์รุ่นอุปกรณ์เคลื่อนที่และรุ่นเดสก์ท็อป

เป้าหมายของหน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่ซ้ำกัน

สาเหตุของปัญหา: หน้าในเดสก์ท็อปหลายหน้าถูกกำหนดให้เปลี่ยนเส้นทางไปยังหน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่หน้าเดียวกัน

แก้ปัญหา: ตรวจดูว่ารุ่นเดสก์ท็อปที่แสดงเนื้อหาอื่นมีรุ่นในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่เทียบเท่ากัน หาก URL อื่นเปลี่ยนเส้นทางไปยัง URL เดียวกันในอุปกรณ์เคลื่อนที่ หลังจากเปิดใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกสำหรับโดเมน หน้าเหล่านี้ทั้งหมดจะหายไปจากดัชนี

เว็บไซต์ในเดสก์ท็อปเปลี่ยนเส้นทางไปยังหน้าแรกของอุปกรณ์เคลื่อนที่

สาเหตุของปัญหา: หน้าส่วนใหญ่หรือทั้งหมดของเว็บไซต์ในเดสก์ท็อปของคุณเปลี่ยนเส้นทางไปยังหน้าแรกของเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่

แก้ปัญหา: ตรวจสอบว่ารุ่นเดสก์ท็อปมีรุ่นในอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่เทียบเท่ากัน หาก URL อื่นเปลี่ยนเส้นทางไปยังหน้าแรกในอุปกรณ์เคลื่อนที่ หน้าทั้งหมดเหล่านี้จะหายไปจากดัชนีหลังจากที่คุณย้ายข้อมูลโดเมนสำหรับการจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรก

ปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพของหน้าเว็บ

สาเหตุของปัญหา: หน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่มีปัญหาเกี่ยวกับโฆษณา ไม่มีเนื้อหา ชื่อ หรือองค์ประกอบที่อธิบายรูปภาพในหน้า

แก้ปัญหา

  1. อย่าปล่อยให้โฆษณาส่งผลกระทบต่ออันดับของหน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณ ปฏิบัติตามมาตรฐานโฆษณาที่ดีกว่าเมื่อแสดงโฆษณาในอุปกรณ์เคลื่อนที่
  2. ตรวจดูว่าเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณมีเนื้อหาเดียวกันกับเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป หากเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่มีเนื้อหาน้อยกว่าเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป ให้พิจารณาอัปเดตเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่เพื่อให้มีเนื้อหาหลักเทียบเท่ากับเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป สำหรับการจัดทำดัชนี ระบบจะใช้เฉพาะเนื้อหาที่แสดงบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่
  3. ตรวจดูว่าคุณใช้ส่วนหัวที่ชัดเจนและมีความหมายบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่เหมือนที่ใช้กับเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป
  4. ใช้ชื่อ คำบรรยายวิดีโอ ชื่อไฟล์ และข้อความที่สื่อความหมาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับรูปภาพบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่เหมือนที่ใช้กับเว็บไซต์ในเดสก์ท็อป

ปัญหาเกี่ยวกับวิดีโอ

สาเหตุของปัญหา: หน้าในอุปกรณ์เคลื่อนที่มีวิดีโอซึ่งมีรูปแบบที่ไม่รองรับ อยู่ในตำแหน่งที่หายาก ไม่มีคำอธิบายเมตา หรือโหลดช้ามาก

แก้ปัญหา

  1. ใช้รูปแบบที่รองรับสำหรับวิดีโอของคุณและนำวิดีโอไปใส่ไว้ในแท็กที่รองรับ ระบบจะระบุวิดีโอในหน้าเว็บได้จากการมีแท็ก HTML เช่น <video>, <embed> หรือ <object>
  2. อย่าโหลดเนื้อหาหลักแบบ Lazy Loading เมื่อผู้ใช้โต้ตอบ Googlebot จะไม่โหลดเนื้อหาที่จำเป็นต้องมีการโต้ตอบของผู้ใช้จึงจะโหลดได้ (เช่น การเลื่อน การคลิก หรือการพิมพ์) ตรวจสอบว่า Google มองเห็นเนื้อหาที่โหลดแบบ Lazy Loading ได้
  3. วางวิดีโอไว้ในตำแหน่งที่มองเห็นง่ายบนเว็บไซต์ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณ เช่น อันดับของวิดีโออาจได้รับผลกระทบหากผู้ใช้ต้องเลื่อนลงมากเกินไปเพื่อค้นหาวิดีโอบนหน้าเว็บในอุปกรณ์เคลื่อนที่

บันทึกการเปลี่ยนแปลง

เราได้ประกาศข่าวสารอัปเดตมากมายเกี่ยวกับการจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรก ต่อไปนี้คือบันทึกการเปลี่ยนแปลงจากประกาศทั้งหมดของเรา

บันทึกการเปลี่ยนแปลง
28 พฤษภาคม 2019 เราจะเปิดใช้การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกโดยค่าเริ่มต้นสำหรับเว็บไซต์ใหม่และเว็บไซต์ที่ Google Search ไม่รู้จักก่อนหน้านี้ทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2019 สำหรับเว็บไซต์เก่า เราจะตรวจสอบและประเมินความพร้อมของหน้าเว็บต่อไป และจะแจ้งให้เจ้าของเว็บไซต์ทราบผ่าน Search Console เมื่อพร้อมจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกแล้ว
26 มีนาคม 2018 การจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกจะทยอยเปิดตัวในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ เราได้เผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับวิธีเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรก เนื้อหาที่รวบรวมโดยการจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกไม่มีข้อได้เปรียบในการจัดอันดับเหนือกว่าเนื้อหาสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ยังไม่ได้รับการรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีนี้หรือเนื้อหาสำหรับเดสก์ท็อป
19 ธันวาคม 2018 เราจะแจ้งให้เจ้าของเว็บไซต์ทราบผ่าน Search Console เมื่อเราย้ายเว็บไซต์ไปยังการจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรก โปรดเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกโดยยืนยันว่ามีข้อมูลที่มีโครงสร้างและแอตทริบิวต์ Alt อยู่ในเว็บไซต์ทั้ง 2 รุ่น
18 ธันวาคม 2017 เราจะประเมินความพร้อมของเว็บไซต์และค่อยๆ เปิดตัวการจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรกสำหรับเว็บไซต์ที่พร้อมแล้ว
4 พฤศจิกายน 2016 เรากำลังทดสอบการจัดทำดัชนีเพื่ออุปกรณ์เคลื่อนที่เป็นอันดับแรก