จัดทุกอย่างให้เป็นระเบียบอยู่เสมอด้วยคอลเล็กชัน บันทึกและจัดหมวดหมู่เนื้อหาตามค่ากำหนดของคุณ

Product

เมื่อคุณเพิ่ม Structured Data ลงในหน้าผลิตภัณฑ์ ผลการค้นหาของ Google (รวมถึง Google รูปภาพและ Google Lens) จะแสดงข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น ผู้ใช้จะเห็นราคา ความพร้อมจําหน่ายสินค้า คะแนนรีวิว ข้อมูลการจัดส่ง และอื่นๆ ในผลการค้นหาโดยตรง

ประสบการณ์การช็อปปิ้ง

ลักษณะที่ประสบการณ์การช็อปปิ้งอาจปรากฏในผลการค้นหาของ Google Search รายการนี้อาจยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ และ Google Search กำลังสำรวจวิธีใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ผู้คนค้นหาสิ่งที่ต้องการ และการใช้งานอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป

ประเภทผลการค้นหา

ผลการค้นหามีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท ได้แก่ ตัวอย่างผลิตภัณฑ์และข้อมูลผู้ขาย

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในผลการค้นหา

การนำเสนอตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในผลการค้นหา

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์คือการนำเสนอในรูปแบบที่สมบูรณ์ขึ้นสำหรับตัวอย่างข้อมูลในผลการค้นหา แทนที่จะแสดงเพียงข้อความ ส่วนขยายเหล่านี้ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์และรีวิวผลิตภัณฑ์ โดยอาจมีข้อมูลเพิ่มเติม เช่น คะแนน ข้อมูลรีวิว ราคา และความพร้อมจําหน่ายสินค้า

ประสบการณ์เกี่ยวกับข้อมูลผู้ขาย

ประสบการณ์การใช้งานข้อมูลผู้ขายจะใช้ข้อมูลที่เจาะจงมากขึ้นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น ราคาและความพร้อมจําหน่ายสินค้า เฉพาะหน้าที่ผู้เลือกซื้อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ได้เท่านั้นจึงจะมีสิทธิ์มีสิทธิ์ให้ข้อมูลผู้ขาย ไม่ใช่หน้าที่มีลิงก์ไปยังเว็บไซต์อื่นๆ ที่ขายผลิตภัณฑ์ Google อาจพยายามยืนยันข้อมูลผู้ขายก่อนจะแสดงข้อมูลในผลการค้นหา

การแสดงผลิตภัณฑ์ที่ขายอย่างสวยงาม

การนำเสนอผลิตภัณฑ์ยอดนิยมในผลการค้นหา
การ์ดความรู้ Shopping

ข้อมูลผลิตภัณฑ์โดยละเอียดที่มีรายชื่อผู้ขาย (ใช้รายละเอียดต่างๆ เช่น ตัวระบุผลิตภัณฑ์)

การนําเสนอการ์ดความรู้ในผลการค้นหา
Google รูปภาพ

รูปภาพที่มีคำอธิบายประกอบของผลิตภัณฑ์ที่ขาย

การนำเสนอ Google รูปภาพในผลการค้นหา

การเพิ่มประสิทธิภาพผลการค้นหา

หากคุณให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมนอกเหนือจากพร็อพเพอร์ตี้ที่จําเป็น เนื้อหาอาจได้รับการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยภาพ ซึ่งจะช่วยให้โดดเด่นขึ้นในผลการค้นหา ดูคำจำกัดความของประเภท Structured Data สําหรับข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่จําเป็นและแนะนําทั้งหมด

การเพิ่มประสิทธิภาพผลการค้นหาจะแสดงตามการพิจารณาตามที่เห็นสมควรของการใช้งานแต่ละรายการ และอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป ด้วยเหตุนี้ เราจึงแนะนําให้คุณระบุข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่จะทําได้โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการใช้งานผลิตภัณฑ์นั้นๆ ตัวอย่างวิธีปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานข้อมูลผู้ขายมีดังนี้

  • การให้คะแนน: ปรับปรุงลักษณะที่ปรากฏของผลการค้นหาด้วยการแสดงรีวิวและการให้คะแนนของลูกค้า
  • ข้อดีและข้อเสีย: ระบุข้อดีและข้อเสียในคําอธิบายรีวิวผลิตภัณฑ์เพื่อให้ไฮไลต์ในผลการค้นหา
  • การจัดส่ง: แสดงข้อมูลค่าจัดส่ง โดยเฉพาะการจัดส่งฟรี เพื่อให้ผู้เลือกซื้อรู้ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
  • ความพร้อมจําหน่ายสินค้า: ให้ข้อมูลความพร้อมจําหน่ายสินค้าเพื่อช่วยให้ลูกค้าทราบว่าขณะนี้คุณมีผลิตภัณฑ์พร้อมจําหน่าย
  • ราคาลดลง: Google จะคํานวณราคาที่ลดลงโดยสังเกตการเปลี่ยนแปลงราคาของผลิตภัณฑ์ในช่วงที่ผ่านมา ราคาที่ลดลงไม่ได้รับประกันว่าจะได้แสดง

หากต้องการให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดแก่ Google Search ให้เพิ่ม Structured Data Product ลงในหน้า อัปโหลดฟีดข้อมูลผ่าน Google Merchant Center และเลือกใช้ข้อมูลที่แสดงฟรีภายใน Merchant Center หรือ ทั้ง 2 อย่าง โดยหน้านี้จะมุ่งเน้นที่อย่างแรก

การระบุทั้ง Structured Data ในหน้าและฟีด Merchant Center จะเพิ่มการมีสิทธิ์ใช้งานและช่วยให้ Google เข้าใจและยืนยันข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ประสบการณ์การใช้งานบางส่วนจะรวมข้อมูลจาก Structured Data และฟีด Google Merchant Center หากมีข้อมูลทั้ง 2 ประเภท เช่น ตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาจใช้ข้อมูลราคาจากฟีดผู้ขายหากไม่มีอยู่ใน Structured Data ในหน้า เอกสารประกอบของฟีด Google Merchant Center มีคําแนะนําและข้อกําหนดเพิ่มเติมสําหรับแอตทริบิวต์ฟีด

นอกเหนือจาก Google Search โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการมีสิทธิ์ในแท็บ Google Shopping โดยอ่านข้อกำหนดด้านข้อมูลและข้อกำหนดของการได้รับสิทธิ์ใน Google Merchant Center

วิธีเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้าง

ข้อมูลที่มีโครงสร้างคือรูปแบบมาตรฐานในการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหน้าและจำแนกประเภทเนื้อหาของหน้า หากคุณเพิ่งใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้างเป็นครั้งแรก โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของข้อมูลที่มีโครงสร้าง

ต่อไปนี้เป็นภาพรวมเกี่ยวกับวิธีสร้าง ทดสอบ และเผยแพร่ข้อมูลที่มีโครงสร้าง ดูคำแนะนำทีละขั้นตอนเกี่ยวกับวิธีเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้างลงในหน้าเว็บได้ใน Codelab สำหรับข้อมูลที่มีโครงสร้าง

  1. เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น ดูตำแหน่งการแทรกข้อมูลที่มีโครงสร้างในหน้าเว็บตามรูปแบบที่คุณใช้อยู่
  2. ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
  3. ตรวจสอบความถูกต้องของโค้ดโดยใช้การทดสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์
  4. ทำให้หน้าบางหน้าที่มีข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้และใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อทดสอบว่า Google เห็นหน้าในลักษณะใด ตรวจสอบว่า Google เข้าถึงหน้าดังกล่าวได้และไม่มีการบล็อกหน้าด้วยไฟล์ robots.txt, แท็ก noindex หรือข้อกำหนดให้เข้าสู่ระบบ หากหน้าเว็บดูถูกต้องดีแล้ว ก็ขอให้ Google รวบรวมข้อมูล URL อีกครั้งได้
  5. หากต้องการให้ Google ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอยู่ตลอด เราขอแนะนำให้คุณส่งแผนผังเว็บไซต์ ซึ่งกำหนดให้ดำเนินการแบบอัตโนมัติได้โดยใช้ Search Console Sitemap API

ตัวอย่าง

ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงวิธีใส่ Structured Data ในหน้าสำหรับสถานการณ์ต่างๆ

หน้ารีวิวผลิตภัณฑ์

ตัวอย่าง Structured Data ในหน้ารีวิวผลิตภัณฑ์สําหรับการดูแลตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในผลการค้นหามีดังนี้

JSON-LD



    

RDFa



    

Microdata



    

หน้าผู้รวบรวมข้อมูลช็อปปิ้ง

ต่อไปนี้คือตัวอย่างหน้าผู้รวบรวมข้อมูลช็อปปิ้งสำหรับการจัดการตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในผลการค้นหา

JSON-LD



    

RDFa



    

Microdata



    

ข้อดีและข้อเสีย

ต่อไปนี้คือตัวอย่างหน้ารีวิวผลิตภัณฑ์เชิงบรรณาธิการที่มีข้อดีและข้อเสียสําหรับตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในผลการค้นหา

ตัวอย่างลักษณะที่ปรากฏของข้อดีและข้อเสียในผลการค้นหา

JSON-LD



    

RDFa



    

Microdata



    

หน้าผลิตภัณฑ์ที่มีข้อเสนอ

ต่อไปนี้คือตัวอย่างหน้าที่ขายผลิตภัณฑ์โดยมีรีวิวผลิตภัณฑ์ โดยขยายตัวอย่างหน้ารีวิวผลิตภัณฑ์ก่อนหน้านี้ด้วย Structured Data สำหรับข้อมูลผู้ขาย หน้าเว็บอาจมีสิทธิ์แสดงในประสบการณ์การใช้งานข้อมูลผู้ขายทั้งหมดเนื่องจากมี Offer

JSON-LD



    

RDFa



    

Microdata



    

ผลิตภัณฑ์ที่มีรายละเอียดข้อเสนอและการจัดส่ง

ต่อไปนี้คือตัวอย่างของหน้าผลิตภัณฑ์รายการพร้อมรายละเอียดการจัดส่ง ตัวอย่างนี้แสดงอัตราค่าจัดส่ง $3.49 สำหรับผู้ใช้ทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ดูตัวอย่างเพิ่มเติมได้ในส่วนการจัดส่ง

JSON-LD



    

RDFa



    

Microdata



    

การระบุการจัดส่งฟรี

ตัวอย่างการให้บริการจัดส่งฟรีแก่ผู้ซื้อในรัฐนิวยอร์กของสหรัฐอเมริกา

"shippingDetails": {
  "@type": "OfferShippingDetails",
  "shippingRate": {
    "@type": "MonetaryAmount",
    "value": "0",
    "currency": "USD"
  },
  "shippingDestination": [
    {
      "@type": "DefinedRegion",
      "addressCountry": "US",
      "addressRegion": ["NY"]
    }
  ]
}

การกำหนดราคา

ต่อไปนี้คือตัวอย่างการเข้ารหัสราคาใน JSON-LD

สามารถระบุราคาโดยใช้พร็อพเพอร์ตี้ price ได้ดังนี้

"offers": {
  "@type": "Offer",
  "price": 10.00,
  "priceCurrency": "USD",
  ...
}

และยังสามารถระบุราคาโดยใช้พร็อพเพอร์ตี้ priceSpecification ได้ด้วย

"offers": {
  "@type": "Offer",
  "priceSpecification": {
    "@type": "UnitPriceSpecification",
    "price": 10.00,
    "priceCurrency": "USD"
  },
  ...
}

การกำหนดราคาที่มีมาตรวัดราคาต่อหน่วย

ต่อไปนี้คือตัวอย่างการเข้ารหัสราคาสำหรับผลิตภัณฑ์ขนาด 4.5 ลิตรที่มักเป็นการขายแบบขนาด 750 มิลลิลิตรหลายชิ้นรวมกัน การตั้งราคารูปแบบนี้มีความสําคัญมากเป็นพิเศษสําหรับผลิตภัณฑ์ที่พร้อมจําหน่ายตามปริมาณหรือตามน้ำหนัก

เมื่อมีมาตรวัดราคาต่อหน่วยและมาตรวัดฐานราคาต่อหน่วย ระบบจะเข้ารหัสราคาใน UnitPriceSpecification

"priceSpecification": {
  "@type": "UnitPriceSpecification",
  "price": 81.00,
  "priceCurrency": "EUR",
  "referenceQuantity": {
    "@type": "QuantitativeValue",
    "value": "4.5",
    "unitCode": "LTR",
    "valueReference": {
      "@type": "QuantitativeValue",
      "value": "750",
      "unitCode": "MLT"
    }
  }
}

คะแนนการประหยัดพลังงาน

ตัวอย่างต่อไปนี้จะแสดงวิธีระบุข้อมูลการประหยัดพลังงานโดยใช้ Structured Data ตัวอย่างนี้ระบุระดับการประหยัดพลังงานของสหภาพยุโรป "C" ที่มีสเกล "A+" เป็น "F" สําหรับเครื่องทําน้ำอุ่น

โปรดทราบว่าค่าระดับการประหยัดพลังงานขั้นต่ำจะระบุระดับการประหยัดพลังงานน้อยที่สุด (ในกรณีนี้คือ "F") ส่วนค่าระดับการประหยัดพลังงานสูงสุดจะระบุระดับการประหยัดพลังงานสูงสุด (ในกรณีนี้คือ "A+")

{
  "@context": "https://schema.org/",
  "@type": "Product",
  "sku": "1234-5678",
  "image": "https://www.example.com/waterheater.jpg",
  "name": "Water heater",
  "description": "Large capacity water heater",
  "gtin14": "12345678901231",
  "mpn": "WH1234",
  "brand": {
    "@type": "Brand",
    "name": "ExampleWaterHeaterBrand"
  },
  "hasEnergyConsumptionDetails": {
    "@type": "EnergyConsumptionDetails",
    "hasEnergyEfficiencyCategory": "https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryC",
    "energyEfficiencyScaleMin": "https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryF",
    "energyEfficiencyScaleMax": "https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryA1Plus"
  },
  "offers": {
    "@type": "Offer",
    "url": "https://www.example.com/hotwaterheater",
    "itemCondition": "https://schema.org/NewCondition",
    "availability": "https://schema.org/InStock",
    "price": 1799.00,
    "priceCurrency": "EUR"
  }
}

หลักเกณฑ์

ผลการค้นหาที่เป็นริชมีเดียของผลิตภัณฑ์จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เจาะจงแก่ผู้ใช้ เช่น ราคา ความพร้อมจำหน่ายสินค้า และการให้คะแนนของผู้รีวิว คุณต้องทำตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้เพื่อให้มาร์กอัป Product มีสิทธิ์สำหรับการจัดการข้อมูลริชมีเดียดังกล่าว

หลักเกณฑ์ทางเทคนิค

  • ใช้มาร์กอัปสำหรับผลิตภัณฑ์ที่เจาะจง ไม่ใช่หมวดหมู่หรือรายการผลิตภัณฑ์ เช่น "รองเท้าในร้านของเรา" ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่เจาะจง ปัจจุบันผลการค้นหาที่เป็นริชมีเดียของผลิตภัณฑ์รองรับเฉพาะหน้าเว็บที่มุ่งเน้นที่ผลิตภัณฑ์รายการเดียวเท่านั้น ซึ่งรวมถึงผลิตภัณฑ์ย่อยที่ผลิตภัณฑ์ย่อยแต่ละรายการมี URL ที่แตกต่างกัน เราขอแนะนำให้มุ่งเน้นที่การเพิ่มมาร์กอัปลงในหน้าผลิตภัณฑ์แทนหน้าเว็บที่แสดงรายการหรือหมวดหมู่ของผลิตภัณฑ์
  • URL มีสกุลเงินที่แตกต่างกันสําหรับแต่ละผลิตภัณฑ์เมื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในหลายสกุลเงิน เช่น หากผลิตภัณฑ์พร้อมจําหน่ายในสกุลเงินดอลลาร์แคนาดาและสหรัฐอเมริกา ให้ใช้ URL ที่ไม่ซ้ำกัน 2 รายการต่อสกุลเงิน
  • หากเพิ่ม Structured Data ข้อดีและข้อเสีย คุณต้องทําตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้
    • ปัจจุบันมีเฉพาะหน้ารีวิวผลิตภัณฑ์เชิงบรรณาธิการเท่านั้นที่มีสิทธิ์แสดงข้อดีและข้อเสียใน Search โดยหน้าผลิตภัณฑ์ของผู้ขายหรือรีวิวผลิตภัณฑ์ของลูกค้าจะไม่มีสิทธิ์
    • ต้องมีข้อความเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อย่างน้อย 2 รายการ โดยจะเป็นข้อความเชิงบวกและ/หรือเชิงลบปนกันอย่างไรก็ได้ (เช่น มาร์กอัป ItemList ที่มีข้อความเชิงบวก 2 รายการถือเป็นค่าที่ถูกต้อง)
    • ผู้ใช้จะต้องมองเห็นข้อดีและข้อเสียแสดงอยู่ในหน้านั้นๆ

หลักเกณฑ์เนื้อหา

  • เราไม่อนุญาตเนื้อหาที่ส่งเสริมสินค้า บริการ หรือข้อมูลที่เป็นสิ่งต้องห้ามหรือมีการควบคุมอย่างกว้างขวาง ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อผู้คนโดยตรงหรือในระยะยาว ซึ่งรวมถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับปืนและอาวุธ สารเสพติดเพื่อความบันเทิงหรือผ่อนคลาย ยาสูบ และผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน

คำจำกัดความของประเภท Structured Data

ส่วนนี้จะแสดงข้อกําหนดสําหรับตัวอย่างผลิตภัณฑ์และข้อมูลผู้ขายในผลการค้นหา เลือกแท็บที่ถูกต้องเพื่อดูพร็อพเพอร์ตี้ Structured Data ที่จําเป็นและที่แนะนําสําหรับ 2 กรณีนี้

สําหรับหน้าเว็บที่ลูกค้าสามารถซื้อผลิตภัณฑ์จากคุณได้ ให้ทําดังนี้

  • ทําตามข้อกำหนดด้าน Structured Data สำหรับข้อมูลผู้ขายเพื่อเพิ่มการมีสิทธิ์ของหน้าเว็บที่ขายผลิตภัณฑ์ในประสบการณ์การช็อปปิ้งในผลการค้นหาให้ได้สูงสุด
  • ใช้รายงานข้อมูลผู้ขายใน Search Console เพื่อช่วยระบุข้อผิดพลาดในมาร์กอัปของคุณ

สําหรับหน้าผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้ซื้อผลิตภัณฑ์โดยตรงไม่ได้ ให้ทําดังนี้

  • ทําตามข้อกําหนด Structured Data สำหรับตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อเพิ่มการมีสิทธิ์ของหน้าสําหรับแสดงตัวอย่างผลิตภัณฑ์ในผลการค้นหาหน้าเว็บที่ไม่ได้ขายผลิตภัณฑ์
  • ใช้รายงานข้อมูลผลิตภัณฑ์ใน Search Console เพื่อช่วยระบุข้อผิดพลาดในมาร์กอัป

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

Product

ดูคำจำกัดความที่สมบูรณ์ของ Product ได้ที่ schema.org/Product เมื่อมาร์กอัปเนื้อหาสำหรับข้อมูลผลิตภัณฑ์ ให้ใช้พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ของประเภท Product

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ใช้กับตัวอย่างผลิตภัณฑ์

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
name

Text

ชื่อผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ต้องมี review หรือ aggregateRating หรือ offers

คุณต้องรวมพร็อพเพอร์ตี้ใดพร็อพเพอร์ตี้หนึ่งต่อไปนี้

  • review
  • aggregateRating
  • offers
พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
aggregateRating

AggregateRating

aggregateRating ที่ฝังไว้ของผลิตภัณฑ์ ทำตามหลักเกณฑ์ตัวอย่างรีวิวและรายการของพร็อพเพอร์ตี้ AggregateRating ที่จำเป็นและแนะนำ

offers

Offer หรือ AggregateOffer

Offer หรือ AggregateOffer ที่ฝังเพื่อขายผลิตภัณฑ์ ใส่พร็อพเพอร์ตี้ที่จําเป็นและแนะนําสําหรับ Offer หรือ AggregateOffer (แล้วแต่ว่าพร็อพเพอร์ตี้ใดเกี่ยวข้องกับเนื้อหา)

เพิ่ม Offer เพื่อให้มีสิทธิ์ใช้รูปแบบการลดราคา ไม่ใช่ AggregateOffer

review

Review

Review ที่ฝังไว้ของผลิตภัณฑ์ ทำตามหลักเกณฑ์ตัวอย่างรีวิวและรายการของพร็อพเพอร์ตี้รีวิวที่จำเป็นและแนะนำ

หากคุณเพิ่มรีวิวสำหรับผลิตภัณฑ์ ชื่อของผู้รีวิวต้องเป็นชื่อของ Person หรือ Team ที่ถูกต้อง

ไม่แนะนำ: ลด 50% ในวันแบล็คฟรายเดย์

แนะนำ: "James Smith" หรือ "ผู้รีวิวของ CNET"

หากต้องการบอก Google เกี่ยวกับข้อดีและข้อเสียของหน้ารีวิวผลิตภัณฑ์เชิงบรรณาธิการด้วยตนเอง ให้เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ positiveNotes และ/หรือ negativeNotes ลงในรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ฝั่งอยู่

ข้อมูลผู้ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ใช้กับข้อมูลผู้ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
name

Text

ชื่อผลิตภัณฑ์

image

ImageObject หรือ URL ที่ซ้ำ

URL ของรูปภาพผลิตภัณฑ์ ขอแนะนำให้ใช้รูปภาพที่แสดงผลิตภัณฑ์อย่างชัดเจน (เช่น บนพื้นหลังสีขาว)

หลักเกณฑ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปภาพ

  • ทุกหน้าต้องมีรูปภาพอย่างน้อย 1 รูป (ไม่ว่าคุณจะใส่มาร์กอัปหรือไม่) Google จะเลือกรูปภาพที่ดีที่สุดเพื่อแสดงในผลการค้นหาของ Search โดยอิงตามสัดส่วนภาพและความละเอียด
  • URL รูปภาพต้องรวบรวมข้อมูลและจัดทำดัชนีได้ หากต้องการตรวจสอบว่า Google เข้าถึง URL ได้หรือไม่ ให้ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL
  • รูปภาพต้องแสดงถึงเนื้อหาที่มาร์กอัป
  • รูปภาพต้องอยู่ในรูปแบบไฟล์ที่ Google รูปภาพรองรับ
  • เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โปรดจัดเตรียมรูปภาพความละเอียดสูงไว้หลายๆ รูป (อย่างน้อย 50,000 พิกเซลเมื่อคำนวณความกว้างคูณความสูง) และมีสัดส่วนภาพต่อไปนี้ 16x9, 4x3 และ 1x1

เช่น

"image": [
  "https://example.com/photos/1x1/photo.jpg",
  "https://example.com/photos/4x3/photo.jpg",
  "https://example.com/photos/16x9/photo.jpg"
]
offers

Offer

Offer ที่ฝังเพื่อขายผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ยอมรับ Offer หรือ AggregateOffer แต่ข้อมูลผู้ขายจําเป็นต้องมี Offer เนื่องจากผู้ขายต้องเป็นผู้ขายผลิตภัณฑ์จึงจะมีสิทธิ์ได้รับประสบการณ์การใช้งานข้อมูลผู้ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
aggregateRating

AggregateRating

aggregateRating ที่ฝังไว้ของผลิตภัณฑ์ ทำตามหลักเกณฑ์ตัวอย่างรีวิวและรายการของพร็อพเพอร์ตี้ AggregateRating ที่จำเป็นและแนะนำ

audience

PeopleAudience

ข้อมูลที่ไม่บังคับเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายที่แนะนําสำหรับผลิตภัณฑ์ เช่น เพศและกลุ่มอายุที่แนะนํา รองรับเฉพาะประเภท PeopleAudience ดูรายการพร็อพเพอร์ตี้ PeopleAudience ที่ Google รองรับ

brand.name

Text

ใส่แบรนด์ของผลิตภัณฑ์ในพร็อพเพอร์ตี้ name ของประเภท Brand หากทราบ ใส่ชื่อแบรนด์ได้สูงสุด 1 ชื่อ

color

Text

สีหรือชุดสีของผลิตภัณฑ์ เช่น "สีแดง" หรือ "สีเหลือง/สีท้องฟ้า" นอกจากนี้ โปรดดูแอตทริบิวต์สีในศูนย์ช่วยเหลือของ Google Merchant Center ด้วย

description

Text

คำอธิบายผลิตภัณฑ์

แม้ว่ารายละเอียดผลิตภัณฑ์จะไม่ใช่ข้อบังคับ แต่เราขอแนะนําอย่างยิ่งให้ระบุรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ในพร็อพเพอร์ตี้นี้

gtin | gtin8 | gtin12 | gtin13 | gtin14 | isbn

Text

รวมตัวระบุทั่วโลกที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งมีคำอธิบายอยู่ที่ schema.org/Product แม้ว่าจะใช้พร็อพเพอร์ตี้ gtin ทั่วไปสําหรับ GTIN ทั้งหมดได้ แต่เราขอแนะนําให้ใช้ GTIN ที่เจาะจงที่สุดสำหรับผลิตภัณฑ์ เนื่องจากเป็นวิธีที่ถูกต้องที่สุดในการนําเสนอผลิตภัณฑ์ ตรวจสอบว่าค่า GTIN อยู่ในรูปแบบตัวเลข เราไม่รองรับ GTIN ในรูปแบบ URL

hasEnergyConsumptionDetails

EnergyConsumptionDetails

ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้พลังงานของผลิตภัณฑ์อย่างเช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า พร็อพเพอร์ตี้นี้มีความสําคัญมากเป็นพิเศษสําหรับประเทศในยุโรป นอกจากนี้ โปรดดูรายการพร็อพเพอร์ตี้ EnergyConsumptionDetails ที่ Google รองรับด้วย

inProductGroupWithID

Text

รหัสของกลุ่มผลิตภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ย่อยนี้ นอกจากนี้ โปรดดูข้อมูลเกี่ยวกับ Item Group Id ในศูนย์ช่วยเหลือของ Google Merchant Center ด้วย ควรระบุไม่เกิน 1 ค่า

material

Text

ผลิตภัณฑ์ทำจากวัสดุหรือส่วนประกอบของวัสดุอะไร เช่น "หนัง" หรือ "ผ้าฝ้าย/ผ้าโพลีเอสเตอร์" นอกจากนี้ โปรดดูข้อมูลเกี่ยวกับ Material ในศูนย์ช่วยเหลือของ Google Merchant Center ด้วย

mpn

Text

หมายเลขชิ้นส่วนของผู้ผลิต พร็อพเพอร์ตี้นี้เป็นตัวระบุที่ไม่ซ้ำของผลิตภัณฑ์โดยผู้ผลิต

pattern

Text

ลวดลายของผลิตภัณฑ์ เช่น "ลายจุด" หรือ "ลายทาง" นอกจากนี้ โปรดดูเกี่ยวกับ Pattern ในหน้าข้อกําหนดในการจัดทําข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Google Merchant Center ด้วย

review

Review

Review ที่ฝังไว้ของผลิตภัณฑ์ ทำตามหลักเกณฑ์ตัวอย่างรีวิวและรายการของพร็อพเพอร์ตี้รีวิวที่จำเป็นและแนะนำ นอกจากนี้ โปรดดูรายการพร็อพเพอร์ตี้ Review เพิ่มเติมที่เจาะจงสําหรับประเภท schema.org Product โดยเฉพาะด้วย

หากคุณเพิ่มรีวิวสำหรับผลิตภัณฑ์ ชื่อของผู้รีวิวต้องเป็นชื่อของ Person หรือ Team ที่ถูกต้อง

ไม่แนะนำ: ลด 50% ในวันแบล็คฟรายเดย์

แนะนำ: "James Smith" หรือ "ผู้รีวิวของ CNET"

ข้อดีและข้อเสียใช้ได้กับหน้ารีวิวผลิตภัณฑ์เชิงบรรณาธิการเท่านั้น แต่ไม่รองรับหน้าข้อมูลผู้ขาย

size

Text หรือ SizeSpecification

ขนาดของผลิตภัณฑ์ เช่น "XL" หรือ "M" นอกจากนี้ โปรดดูเกี่ยวกับ size ในหน้าข้อกําหนดในการจัดทําข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ Google Merchant Center ด้วย ดูรายการพร็อพเพอร์ตี้ SizeSpecification ที่ Google รองรับ ควรระบุไม่เกิน 1 ค่า

sku

Text

ตัวระบุเฉพาะผู้ขายสำหรับผลิตภัณฑ์ ควรระบุไม่เกิน 1 ค่า

รีวิวผลิตภัณฑ์

Review

เนื่องจากรีวิวจะแชร์ตามประเภท Structured Data หลายประเภท (เช่น Recipe และ Movie) ระบบจึงอธิบายประเภท Review แยกต่างหากในพร็อพเพอร์ตี้รีวิว นอกจากนี้ โปรดดูหลักเกณฑ์ตัวอย่างรีวิวด้วย พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้มีไว้สําหรับรีวิวผลิตภัณฑ์ด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้เป็นพร็อพเพอร์ตี้เพิ่มเติมสำหรับประเภทการรีวิว เพื่อช่วยให้ทุกคนเห็นสรุประดับสูงของข้อดีและข้อเสียของรีวิวผลิตภัณฑ์เชิงบรรณาธิการ ลักษณะของข้อดีและข้อเสียมีให้ใช้งานในภาษาดัตช์ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น โปแลนด์ โปรตุเกส สเปน และตุรกี ในทุกประเทศที่ให้บริการ Google Search

แม้ว่า Google จะพยายามทําความเข้าใจข้อดีและข้อเสียของรีวิวผลิตภัณฑ์เชิงบรรณาธิการโดยอัตโนมัติ แต่คุณสามารถให้ข้อมูลนี้อย่างชัดแจ้งเลยได้ โดยเพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ positiveNotes และ/หรือ negativeNotes ลงในรีวิวผลิตภัณฑ์ที่ฝังอยู่ อย่าลืมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เกี่ยวกับข้อดีและข้อเสีย

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
negativeNotes

ItemList (ดู ItemList สําหรับหมายเหตุแง่บวกและแง่ลบเกี่ยวกับการใช้ ItemList ในบริบทนี้)

รายการข้อความเชิงลบแบบฝัง (ไม่บังคับ) เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (ข้อเสีย)

หากต้องการแสดงข้อความเชิงลบหลายรายการ ให้ระบุพร็อพเพอร์ตี้ ListItem หลายรายการในอาร์เรย์ itemListElement เช่น


"review": {
  "@type": "Review",
  "negativeNotes": {
    "@type": "ItemList",
    "itemListElement": [
      {
        "@type": "ListItem",
        "position": 1,
        "name": "No child protection"
      },
      {
        "@type": "ListItem",
        "position": 2,
        "name": "Lacking advanced features"
      }
    ]
  }
}
positiveNotes

ItemList (ดู ItemList สําหรับหมายเหตุแง่บวกและแง่ลบเกี่ยวกับการใช้ ItemList ในบริบทนี้)

รายการข้อความเชิงบวกแบบฝัง (ไม่บังคับ) เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ (ข้อดี)

หากต้องการแสดงข้อความเชิงบวกหลายรายการ ให้ระบุพร็อพเพอร์ตี้ ListItem หลายรายการในอาร์เรย์ itemListElement เช่น


"review": {
  "@type": "Review",
  "positiveNotes": {
    "@type": "ItemList",
    "itemListElement": [
      {
        "@type": "ListItem",
        "position": 1,
        "name": "Consistent results"
      },
      {
        "@type": "ListItem",
        "position": 2,
        "name": "Still sharp after many uses"
      }
    ]
  }
}
ข้อมูลผู้ขาย

การใช้งานข้อมูลผู้ขายจะใช้ประเภท Review แต่หมายเหตุทั้งในแง่บวกและแง่ลบ (ข้อดีและข้อเสีย) ไม่ใช้ ดังนั้นจึงไม่มีพร็อพเพอร์ตี้เพิ่มเติมสําหรับรีวิวเฉพาะผลิตภัณฑ์

ItemList สําหรับหมายเหตุแง่บวกและแง่ลบ

หมายเหตุแง่บวกและแง่ลบ (ข้อดีและข้อเสีย) ในประเภท Review ใช้ประเภท ItemList และ ListItem ทั่วไป ส่วนนี้จะอธิบายวิธีใช้ประเภทเหล่านี้สําหรับหมายเหตุแง่บวกและแง่ลบ

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ใช้สําหรับแสดงข้อดีและข้อเสียในรีวิว

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
itemListElement

ListItem

รายการข้อความที่พูดถึงผลิตภัณฑ์ เรียงตามลําดับที่เฉพาะเจาะจง ระบุคําชี้แจงแต่ละรายการด้วย ListItem

itemListElement.name

Text

ข้อความหลักของรีวิว

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
itemListElement.position

Integer

ตําแหน่งของรีวิว ตําแหน่งที่ 1 หมายถึงข้อความแรกในรายการ

ข้อมูลผู้ขาย

การใช้งานข้อมูลผู้ขายจะใช้ประเภท Review แต่หมายเหตุทั้งในแง่บวกและแง่ลบ (ข้อดีและข้อเสีย) ไม่ใช้

รายละเอียดข้อเสนอ

Offer

ดูคำจำกัดความที่สมบูรณ์ของ Offer ได้ที่ schema.org/Offer เมื่อมาร์กอัปข้อเสนอภายในผลิตภัณฑ์ ให้ใช้พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้สําหรับประเภท schema.org Offer

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ใช้กับตัวอย่างผลิตภัณฑ์

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
price หรือ priceSpecification.price

Number

ราคาข้อเสนอของผลิตภัณฑ์ โปรดทำตามหลักเกณฑ์การใช้งานของ schema.org

ต่อไปนี้คือตัวอย่างของพร็อพเพอร์ตี้ price (ค่าอาจเป็นสตริง JSON หรือตัวเลข)


"offers": {
  "@type": "Offer",
  "price": 39.99,
  "priceCurrency": "USD"
}

ตัวอย่างวิธีระบุว่าผลิตภัณฑ์พร้อมแจกจ่ายโดยไม่ต้องชำระเงินมีดังนี้


"offers": {
  "@type": "Offer",
  "price": 0,
  "priceCurrency": "EUR"
}

ราคาข้อเสนอเกี่ยวกับราคาอาจฝังอยู่ในพร็อพเพอร์ตี้ priceSpecification แทนที่จะแสดงในระดับ Offer


"offers": {
  "@type": "Offer",
  "priceSpecification": {
    "@type": "PriceSpecification",
    "price": 9.99,
    "priceCurrency": "AUD"
  }
}
พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
availability

ItemAvailability

ตัวเลือกความพร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้

  • https://schema.org/BackOrder
  • https://schema.org/Discontinued
  • https://schema.org/InStock
  • https://schema.org/InStoreOnly
  • https://schema.org/LimitedAvailability
  • https://schema.org/OnlineOnly
  • https://schema.org/OutOfStock
  • https://schema.org/PreOrder
  • https://schema.org/PreSale
  • https://schema.org/SoldOut

และยังรองรับชื่อย่อที่ไม่มีคํานําหน้า URL ด้วย (เช่น BackOrder)

priceCurrency หรือ priceSpecification.priceCurrency

Text

สกุลเงินที่ใช้เพื่ออธิบายราคาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ ISO 4217 ที่เป็นตัวอักษร 3 ตัว

ปัจจุบันเราแนะนําพร็อพเพอร์ตี้นี้สําหรับตัวอย่างผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยให้ Google ระบุสกุลเงินได้แม่นยําขึ้น แต่พร็อพเพอร์ตี้นี้จําเป็นต้องใช้สําหรับข้อมูลผู้ขาย ดังนั้น เราขอแนะนําให้ระบุพร็อพเพอร์ตี้นี้เสมอ

priceValidUntil

Date

วันที่ (ในรูปแบบวันที่ ISO 8601) ที่หลังจากนั้นจะไม่ได้ใช้ราคานี้อีกต่อไป (หากมี) ตัวอย่างผลิตภัณฑ์อาจไม่แสดงขึ้นหากพร็อพเพอร์ตี้ priceValidUntil ระบุวันที่ในอดีต

ข้อมูลผู้ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ใช้กับประสบการณ์การใช้งานข้อมูลผู้ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
price หรือ priceSpecification.price

Number

ราคาข้อเสนอของผลิตภัณฑ์ โปรดทำตามหลักเกณฑ์การใช้งานของ schema.org

ต่อไปนี้คือตัวอย่างของพร็อพเพอร์ตี้ price


"offers": {
  "@type": "Offer",
  "price": 39.99,
  "priceCurrency": "USD"
}

ข้อมูลผู้ขายจะต้องมีราคามากกว่า 0 ซึ่งแตกต่างจากตัวอย่างผลิตภัณฑ์

ต้องมีราคาข้อเสนอ แต่อาจฝังอยู่ในพร็อพเพอร์ตี้ priceSpecification แทนที่จะแสดงในระดับ Offer

priceCurrency หรือ priceSpecification.priceCurrency

Text

สกุลเงินที่ใช้เพื่ออธิบายราคาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ ISO 4217 ที่เป็นตัวอักษร 3 ตัว

ต้องระบุ priceCurrency หากมีการระบุ price หรือไม่เช่นนั้นจะต้องระบุ priceSpecification.priceCurrency หากมีการระบุ priceSpecification.price

priceSpecification

UnitPriceSpecification

สามารถระบุราคาที่ซับซ้อนได้โดยใช้ priceSpecification แทนหรือเพิ่มเติมจากพร็อพเพอร์ตี้ price ดูรายการพร็อพเพอร์ตี้ UnitPriceSpecification ที่รองรับและตัวอย่างเพื่อดูวิธีมาร์กอัปราคารูปแบบต่างๆ

ระบุราคาได้โดยใช้ price และ priceCurrency ที่ระดับ Offer หรือในพร็อพเพอร์ตี้ priceSpecification

ราคาที่มีมาตรวัดราคาต่อหน่วยจะระบุพร็อพเพอร์ตี้ referenceQuantity ใน UnitPriceSpecification ได้

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
availability

ItemAvailability

ตัวเลือกความพร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ และยังรองรับชื่อย่อที่ไม่มีคํานําหน้า URL ด้วย (เช่น BackOrder)

  • https://schema.org/BackOrder
  • https://schema.org/Discontinued
  • https://schema.org/InStock
  • https://schema.org/InStoreOnly
  • https://schema.org/LimitedAvailability
  • https://schema.org/OnlineOnly
  • https://schema.org/OutOfStock
  • https://schema.org/PreOrder
  • https://schema.org/PreSale
  • https://schema.org/SoldOut

อย่าระบุค่ามากกว่า 1 ค่า

itemCondition

OfferItemCondition

เงื่อนไขของรายการสินค้าที่เสนอขาย และยังรองรับชื่อย่อที่ไม่มีคํานําหน้า URL ด้วย (เช่น NewCondition)

  • https://schema.org/NewCondition
  • https://schema.org/RefurbishedCondition
  • https://schema.org/UsedCondition

อย่าระบุค่ามากกว่า 1 ค่า

shippingDetails

OfferShippingDetails

ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายการจัดส่งที่ฝังอยู่และตัวเลือกที่เชื่อมโยงกับ Offer หากคุณตัดสินใจเพิ่ม shippingDetails ให้เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ OfferShippingDetails ซึ่งจำเป็นและแนะนำ

url

URL

URL หน้าเว็บของผลิตภัณฑ์ที่ผู้เลือกซื้อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ได้ URL นี้อาจเป็น URL ที่แนะนําสําหรับหน้าปัจจุบันที่มีการเลือกตัวแปรทั้งหมดไว้อย่างเหมาะสม จะไม่ใส่ URL นี้ก็ได้ อย่าระบุ URL หลายรายการ

UnitPriceSpecification

ดูคําจํากัดความที่สมบูรณ์ของ UnitPriceSpecification ได้ที่ schema.org/UnitPriceSpecification โปรดใช้พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้เพื่อแสดงรูปแบบการกำหนดราคาที่ซับซ้อนกว่า

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ใช้กับตัวอย่างผลิตภัณฑ์

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
price

Number

ราคาข้อเสนอของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ โปรดดูพร็อพเพอร์ตี้ price ของ Offer ด้วย

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
priceCurrency

Text

สกุลเงินที่ใช้เพื่ออธิบายราคาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ ISO 4217 ที่เป็นตัวอักษร 3 ตัว นอกจากนี้ โปรดดูพร็อพเพอร์ตี้ priceCurrency ของ Offer ด้วย

แม้ว่าพร็อพเพอร์ตี้นี้จะไม่บังคับสําหรับตัวอย่างผลิตภัณฑ์ แต่ก็จําเป็นสําหรับการใช้ข้อมูลผู้ขาย เราจึงขอแนะนําอย่างยิ่งให้ระบุพร็อพเพอร์ตี้นี้

ข้อมูลผู้ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ใช้กับประสบการณ์การใช้งานข้อมูลผู้ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
price

Number

ราคาข้อเสนอของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ โปรดดูพร็อพเพอร์ตี้ price ของ Offer ด้วย

priceCurrency

Text

สกุลเงินที่ใช้เพื่ออธิบายราคาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ ISO 4217 ที่เป็นตัวอักษร 3 ตัว นอกจากนี้ โปรดดูพร็อพเพอร์ตี้ priceCurrency ของ Offer ด้วย

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
referenceQuantity

QuantitativeValue (สําหรับราคาต่อหน่วย)

จํานวนอ้างอิงใช้สําหรับราคาที่ระบุค่าอ้างอิงสําหรับราคา ดูตัวอย่างการกําหนดราคาด้วยมาตรวัดราคาต่อหน่วยและมาตรวัดราคาต่อหน่วยในศูนย์ช่วยเหลือของ Google Merchant Center สําหรับรายละเอียดเกี่ยวกับราคาต่อหน่วย

QuantitativeValue (สําหรับราคาต่อหน่วย)

ส่วนนี้จะกล่าวถึงการใช้ QuantitativeValue สําหรับพร็อพเพอร์ตี้ referenceQuantity ของข้อกําหนดราคาต่อหน่วย (QuantitativeValue ยังใช้สําหรับระยะเวลาการจัดส่งด้วย แต่ใช้กฎที่ต่างกัน) ดูคําจํากัดความที่สมบูรณ์ของ QuantitativeValue ได้ที่ schema.org/QuantitativeValue

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไม่ได้ใช้ประเภทนี้

ข้อมูลผู้ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ใช้กับประสบการณ์การใช้งานข้อมูลผู้ขาย

QuantitativeValue ใช้สําหรับการกําหนดราคาที่อิงจากหน่วยวัด เช่น ค่าบริการปูพื้นต่อตารางเมตร หรือของเหลวต่อครึ่งแกลลอน โปรดดูรายละเอียดเกี่ยวกับราคาต่อหน่วยมาตรวัดราคาต่อหน่วยในศูนย์ช่วยเหลือของ Google Merchant Center

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างราคาขายผลิตภัณฑ์ขนาด 4.5 ลิตร ที่จําหน่ายในรูปแบบบรรจุขวดละ 750 มิลลิลิตร

"priceSpecification": {
  "@type": "UnitPriceSpecification",
  "price": 81.00,
  "priceCurrency": "EUR",
  "referenceQuantity": {
    "@type": "QuantitativeValue",
    "value": "4.5",
    "unitCode": "LTR",
    "valueReference": {
      "@type": "QuantitativeValue",
      "value": "750",
      "unitCode": "MLT"
    }
  }
}

ใช้พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้เพื่อแสดงรายละเอียดราคาต่อหน่วย

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
unitCode

Text หรือ URL

หน่วยวัด ระบบรองรับรหัส UN/CEFACT หรือค่าเทียบเท่าที่มนุษย์อ่านออกตามที่ระบุไว้ในหน่วยวัดราคาของศูนย์ช่วยเหลือ Google Merchant Center

value

Text

ค่าตัวเลขของหน่วยที่ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
valueReference

QuantitativeValue

QuantitativeValue ในพร็อพเพอร์ตี้ referenceQuantity ของ UnitPriceSpecification ต้องมี QuantitativeValue ที่ซ้อนกันในพร็อพเพอร์ตี้ valueReference นี้

AggregateOffer

ดูคําจํากัดความที่สมบูรณ์ของ AggregateOffer ได้ที่ schema.org/AggregateOffer AggregateOffer คือ Offer ประเภทหนึ่งที่แสดงถึงการรวบรวมข้อมูลข้อเสนออื่นๆ เช่น สามารถใช้สําหรับผลิตภัณฑ์ที่ขายโดยผู้ขายหลายราย (อย่าใช้ AggregateOffer เพื่ออธิบายรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ย่อย) เมื่อมาร์กอัปรวมข้อเสนอภายในผลิตภัณฑ์ ให้ใช้พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้สําหรับประเภท schema.org AggregateOffer

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ใช้กับตัวอย่างผลิตภัณฑ์

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
lowPrice

Number

ราคาต่ำสุดของข้อเสนอทั้งหมดที่มีอยู่ ใช้ตัวเลขเป็นจุดทศนิยมเมื่อแสดงเศษส่วนของหน่วยสกุลเงิน เช่น ใช้ 1.23 สําหรับ $1.23 ดอลลาร์สหรัฐ

priceCurrency

Text

สกุลเงินที่ใช้เพื่ออธิบายราคาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ ISO 4217 ที่เป็นตัวอักษร 3 ตัว

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
highPrice

Number

ราคาสูงสุดของข้อเสนอทั้งหมดที่มีอยู่ ใช้ตัวเลขเป็นจุดทศนิยมหากจําเป็น

offerCount

Number

จำนวนของข้อเสนอสำหรับผลิตภัณฑ์

ข้อมูลผู้ขาย

สําหรับการใช้งานข้อมูลผู้ขาย ให้ใช้ Offer ไม่ใช่ AggregateOffer

SizeSpecification

ประเภท SizeSpecification จะใช้เพื่อระบุขนาดของผลิตภัณฑ์ ดูคําจํากัดความที่สมบูรณ์ของประเภทนี้ได้ที่ schema.org/SizeSpecification

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไม่ได้ใช้ประเภทนี้

ข้อมูลผู้ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ใช้กับประสบการณ์การใช้งานข้อมูลผู้ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
name

Text

ชื่อขนาดที่คนอ่านได้ เช่น "XL" ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แอตทริบิวต์ขนาดในศูนย์ช่วยเหลือของ Google Merchant Center

sizeGroup

WearableSizeGroupEnumeration หรือ Text

กลุ่มขนาดที่แนะนําสําหรับผลิตภัณฑ์ ถ้ามี การตีความกลุ่มจะกําหนดโดยพร็อพเพอร์ตี้ sizeGroup ระบุกลุ่มขนาดได้สูงสุด 2 กลุ่ม ค่าที่รองรับมีดังนี้

  • https://schema.org/WearableSizeGroupRegular
  • https://schema.org/WearableSizeGroupPetite
  • https://schema.org/WearableSizeGroupPlus
  • https://schema.org/WearableSizeGroupTall
  • https://schema.org/WearableSizeGroupBig
  • https://schema.org/WearableSizeGroupMaternity

และยังรองรับชื่อย่อที่ไม่มีคํานําหน้า URL ด้วย (เช่น WearableSizeGroupRegular)

นอกจากนี้ โปรดดูเพิ่มเติมเกี่ยวกับ size_type ในศูนย์ช่วยเหลือของ Google Merchant Center และประเภทและค่าของ Structured Data ที่รองรับในความช่วยเหลือสำหรับ Google Merchant Center เกี่ยวกับระบบขนาดที่รองรับ Google เข้าใจค่าที่เป็นข้อความใน size_type ด้วย (regular, petite, plus, tall, big และ maternity) แต่เครื่องมือค้นหาอื่นๆ อาจไม่เข้าใจ เราจึงขอแนะนําให้ใช้ค่าการแจกแจงมาตรฐานของ schema.org

sizeSystem

WearableSizeSystemEnumeration หรือ Text

ระบบการวัดขนาดของผลิตภัณฑ์ หากมี ค่าที่รองรับมีดังนี้

  • https://schema.org/WearableSizeSystemAU
  • https://schema.org/WearableSizeSystemBR
  • https://schema.org/WearableSizeSystemCN
  • https://schema.org/WearableSizeSystemDE
  • https://schema.org/WearableSizeSystemEurope
  • https://schema.org/WearableSizeSystemFR
  • https://schema.org/WearableSizeSystemIT
  • https://schema.org/WearableSizeSystemJP
  • https://schema.org/WearableSizeSystemMX
  • https://schema.org/WearableSizeSystemUK
  • https://schema.org/WearableSizeSystemUS

และยังรองรับชื่อย่อที่ไม่มีคํานําหน้า URL ด้วย (เช่น WearableSizeSystemAU)

นอกจากนี้ โปรดดูเกี่ยวกับ size_system ในศูนย์ช่วยเหลือของ Google Merchant Center ด้วย Google เข้าใจค่าที่เป็นข้อความสําหรับ size_system ด้วย (UR, BR, CN, DE, EU ฯลฯ) แต่เครื่องมือค้นหาอื่นๆ อาจไม่เข้าใจ เราจึงขอแนะนําให้ใช้ค่าการแจกแจงมาตรฐานของ schema.org

PeopleAudience

ดูคําจํากัดความที่สมบูรณ์ของ PeopleAudience ได้ที่ schema.org/PeopleAudience

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไม่ได้ใช้ประเภทนี้

ข้อมูลผู้ขาย

ใช้พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้เมื่อระบุกลุ่มเป้าหมายที่แนะนําสำหรับผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ โปรดดูแอตทริบิวต์และค่าของ Structured Data ที่รองรับในศูนย์ช่วยเหลือของ Google Merchant Center ด้วย

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
suggestedGender

Text

ข้อมูลแนะนําว่าผลิตภัณฑ์นั้นเหมาะสมสำหรับเพศใด ต้องเป็นค่าใดค่าหนึ่งต่อไปนี้ โดยไม่คํานึงถึงตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์ใหญ่

  • Male
  • Female
  • Unisex

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Gender ได้ในศูนย์ช่วยเหลือของ Google Merchant Center

โปรดทราบว่าแม้ schema.org จะรองรับการแจกแจงของ Gender สําหรับพร็อพเพอร์ตี้นี้ด้วย แต่ Google ยังไม่รองรับ (Unisex ไม่ใช่เพศ) ซึ่งหมายความว่าต้องไม่มีการใช้คํานําหน้า https://schema.org/ กับค่าเหล่านี้ (ซึ่งต่างจากการแจกแจงอื่นๆ ส่วนใหญ่)

suggestedMinAge และ suggestedMaxAge

Number

ช่วงอายุที่แนะนําสําหรับผลิตภัณฑ์ Google จะจับคู่อายุขั้นต่ำและสูงสุดที่แนะนำสำหรับผลิตภัณฑ์กับชุดค่าคงที่ (เด็กแรกเกิด ทารก เด็กเล็ก เด็ก และผู้ใหญ่)

  • อายุไม่เกิน 0.25 ปี (3 เดือน) สำหรับเด็กแรกเกิด
  • อายุไม่เกิน 1 ปีสําหรับเด็กทารก
  • อายุไม่เกิน 5 ปีสําหรับเด็กเล็ก
  • อายุไม่เกิน 13 ปีสําหรับเด็ก
  • อายุ 13 ปีขึ้นไปสําหรับผู้ใหญ่

EnergyConsumptionDetails

ดูคําจํากัดความที่สมบูรณ์ของ EnergyConsumptionDetails ได้ที่ schema.org/EnergyConsumptionDetails

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไม่ได้ใช้ประเภทนี้

ข้อมูลผู้ขาย

ใช้พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้เพื่อระบุการใช้พลังงานของผลิตภัณฑ์อย่างเช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า ปัจจุบันรองรับเฉพาะการให้คะแนนระดับการประหยัดพลังงานของสหภาพยุโรป

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
hasEnergyEfficiencyCategory

EUEnergyEfficiencyEnumeration

หมวดหมู่การประหยัดพลังงานของผลิตภัณฑ์ ปัจจุบันระบบรองรับเฉพาะการให้คะแนนการประหยัดพลังงานของสหภาพยุโรป

  • https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryA3Plus
  • https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryA2Plus
  • https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryA1Plus
  • https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryA
  • https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryB
  • https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryC
  • https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryD
  • https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryE
  • https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryF
  • https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryG

และยังรองรับชื่อย่อที่ไม่มีคํานําหน้า URL ด้วย (เช่น EUEnergyEfficiencyCategoryA)

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
energyEfficiencyScaleMin และ energyEfficiencyScaleMax

EUEnergyEfficiencyEnumeration

ระดับการประหยัดพลังงานต่ำสุดและสูงสุดในสเกลการใช้พลังงานของสหภาพยุโรปที่มีการควบคุมสําหรับหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์หนึ่งๆ

โปรดดู hasEnergyEfficiencyCategory สําหรับรายการค่าที่รองรับ

พร็อพเพอร์ตี้ energyEfficiencyScaleMin ระบุระดับที่มีประสิทธิภาพน้อยที่สุดในสเกลการใช้พลังงาน ส่วน energyEfficiencyScaleMax จะระบุระดับที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ตัวอย่างเช่น สําหรับผลิตภัณฑ์ที่มีระดับการประหยัดพลังงาน "C" ตามสเกลจาก "A+++" ถึง "D" ให้ใช้


{
  "@type": "EnergyConsumptionDetails",
  "hasEnergyEfficiencyCategory":  "https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryC",
  "energyEfficiencyScaleMin": "https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryD",
  "energyEfficiencyScaleMax": "https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryA3Plus"
}

หากไม่ได้ระบุ energyEfficiencyScaleMin ระบบจะถือว่าค่านี้คือ https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryG หากไม่ได้ระบุ energyEfficiencyScaleMax ระบบจะถือว่าค่านี้คือ https://schema.org/EUEnergyEfficiencyCategoryA3Plus

การจัดส่ง

OfferShippingDetails

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์จะไม่ใช้ประเภท OfferShippingDetails

ข้อมูลผู้ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ใช้กับประสบการณ์การใช้งานข้อมูลผู้ขาย

OfferShippingDetails ช่วยให้ผู้ใช้เห็นค่าใช้จ่ายและระยะเวลาการจัดส่งโดยประมาณที่อิงตามตำแหน่งของผู้ใช้และนโยบายการจัดส่งของบริษัท หากต้องการให้ผลิตภัณฑ์มีสิทธิ์ใช้การเพิ่มประสิทธิภาพรายละเอียดการจัดส่ง ให้เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ OfferShippingDetails ต่อไปนี้ในหน้าผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมจาก Structured Data Product

บางครั้งผู้ขายอาจมีตัวเลือกการจัดส่งผลิตภัณฑ์ไปยังปลายทางหลายตัวเลือกให้กับผู้ใช้ (เช่น ด่วนพิเศษ (Express), ข้ามคืน (Overnight), ด่วน 2 วัน (Rushed 2-day) และมาตรฐาน (Standard)) คุณสามารถระบุการจัดส่งแต่ละรายการได้โดยใช้พร็อพเพอร์ตี้ shippingDetails หลายรายการ โดยแต่ละรายการมีการผสมรวมพร็อพเพอร์ตี้ shippingRate และ deliveryTime ที่แตกต่างกัน

แม้ว่า OfferShippingDetails จะไม่จําเป็น แต่ให้ใช้พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้หากต้องการให้รายละเอียดการจัดส่งมีสิทธิ์สําหรับการเพิ่มประสิทธิภาพ

ดูคำจำกัดความที่สมบูรณ์ของ OfferShippingDetails ได้ที่ schema.org/OfferShippingDetails

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
deliveryTime

ShippingDeliveryTime

เวลาที่ล่าช้าโดยรวมตั้งแต่การได้รับคําสั่งซื้อกับการจัดส่งสินค้าถึงมือลูกค้าขั้นสุดท้าย สามารถฝังพร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ในพร็อพเพอร์ตี้ deliveryTime ได้

  • handlingTime
  • transitTime

อย่าระบุ deliveryTime มากกว่า 1 รายการ นอกจากนี้ โปรดดูรายการพร็อพเพอร์ตี้ ShippingDeliveryTime ที่ Google รองรับด้วย

shippingDestination

DefinedRegion

ระบุปลายทางการจัดส่ง ระบุข้อมูล shippingDestination.addressCountry นอกจากนี้ โปรดดูรายการพร็อพเพอร์ตี้ DefinedRegion ที่ Google รองรับด้วย

shippingRate

MonetaryAmount

ข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการจัดส่งไปยังปลายทางที่ระบุ ต้องระบุ shippingRate.value หรือ shippingRate.maxValue อย่างน้อย 1 รายการ พร้อมกับ shippingRate.currency

คุณระบุ shippingRate ได้แค่ 1 รายการต่อพร็อพเพอร์ตี้ OfferShippingDetails หากต้องการระบุอัตราค่าใช้จ่ายหลายรูปแบบสำหรับสินค้า ให้ระบุพร็อพเพอร์ตี้ OfferShippingDetail หลายรายการ

shippingRate.currency

Text

สกุลเงินของค่าใช้จ่ายในการจัดส่ง ในรูปแบบ ISO 4217 3 ตัวอักษร สกุลเงินต้องเป็นสกุลเดียวกับข้อเสนอ

shippingRate.value หรือ shippingRate.maxValue

Number

ค่าใช้จ่ายในการจัดส่งไปยัง shippingDestination หากใช้สตริงเพื่อให้ระบุค่า โปรดอย่าใส่สัญลักษณ์สกุลเงิน ตัวคั่นหลักพัน หรือช่องว่าง

หากต้องการระบุการจัดส่งฟรี ให้ตั้งค่านี้เป็น 0

DefinedRegion

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไม่ได้ใช้ประเภทนี้

ข้อมูลผู้ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ใช้กับประสบการณ์การใช้งานข้อมูลผู้ขาย

DefinedRegion จะใช้เพื่อสร้างส่วนที่กําหนดเองเพื่อให้ระบุค่าจัดส่งและเวลาขนส่งได้อย่างถูกต้องในบริการจัดส่งหลายรายการ ขณะนี้ฟีเจอร์นี้ใช้ได้เฉพาะในกลุ่มประเทศที่จํากัด ดังที่ระบุไว้ในการตั้งค่าภูมิภาคในศูนย์ช่วยเหลือของ Google Merchant Center

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
addressCountry

Text

รหัสประเทศ 2 หลักในรูปแบบ ISO 3166-1

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
เลือก addressRegion หรือ postalCode

ระบุภูมิภาคสําหรับพื้นที่นําส่งของลูกค้า หากละเว้น ทั้งประเทศจะเป็นภูมิภาคที่กําหนดไว้ คุณอาจระบุหลายภูมิภาคได้ แต่จะระบุภูมิภาคด้วยวิธีต่างๆ ผสมกันในอินสแตนซ์ DefinedRegion รายการเดียวไม่ได้

addressRegion

Text

หากคุณใส่พร็อพเพอร์ตี้นี้ ภูมิภาคจะต้องเป็นรหัสของเขตปกครองย่อย 2 หรือ 3 หลักในรูปแบบ ISO 3166-2 โดยไม่มีรหัสนำหน้าประเทศ ปัจจุบัน Google Search รองรับเฉพาะสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น ตัวอย่างเช่น "NY" (สําหรับรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา) "NSW" (สําหรับรัฐนิวเซาท์เวลส์ ออสเตรเลีย) หรือ "03" (สําหรับจังหวัดอิวาเตะ ญี่ปุ่น)

อย่าระบุทั้งภูมิภาคและข้อมูลรหัสไปรษณีย์

postalCode

Text

รหัสไปรษณีย์ เช่น 94043 ปัจจุบันรองรับรหัสไปรษณีย์สําหรับแคนาดา สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย

ShippingDeliveryTime

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไม่ได้ใช้ประเภทนี้

ข้อมูลผู้ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ใช้กับประสบการณ์การใช้งานข้อมูลผู้ขาย

ShippingDeliveryTime ใช้เพื่อแชร์ความล่าช้าโดยรวมระหว่างใบเสร็จของคําสั่งซื้อและสินค้าที่ถึงมือลูกค้าในขั้นสุดท้าย

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
handlingTime

QuantitativeValue (สําหรับเวลาการจัดส่ง)

เวลาที่ล่าช้าโดยทั่วไประหว่างการรับคําสั่งซื้อกับสินค้าที่ออกจากคลังสินค้า

transitTime

QuantitativeValue (สําหรับเวลาการจัดส่ง)

เวลาที่ล่าช้าโดยทั่วไปในการจัดส่งสินค้าตามคําสั่งซื้อและเมื่อสินค้าถึงมือลูกค้าขั้นสุดท้าย

QuantitativeValue (สําหรับเวลาการจัดส่ง)

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไม่ได้ใช้ประเภทนี้

ข้อมูลผู้ขาย

พร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้ใช้กับประสบการณ์การใช้งานข้อมูลผู้ขาย

ใช้ QuantitativeValue เพื่อแสดงเวลาจัดส่งที่นี่ ต้องระบุจํานวนวันขั้นต่ำและสูงสุด (นอกจากนี้ QuantitativeValue ยังใช้สําหรับการกําหนดราคาที่เป็นเอกภาพ โดยมีกฎการตรวจสอบพร็อพเพอร์ตี้ที่แตกต่างกัน)

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
maxValue

Number

จํานวนวันสูงสุด ค่าต้องไม่ติดลบและเป็นจำนวนเต็ม

minValue

Number

จํานวนวันขั้นต่ำ ค่าต้องไม่ติดลบและเป็นจำนวนเต็ม

unitCode

Text

หน่วยของค่าต่ำสุด/สูงสุด ค่าต้องเป็น d หรือ day

ทางเลือกอื่นในการกำหนดการตั้งค่าการจัดส่งกับ Google

นโยบายการจัดส่งของผู้ค้าปลีกอาจมีความซับซ้อนและอาจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง หากคุณมีปัญหาในการระบุและการอัปเดตรายละเอียดการจัดส่งให้เป็นปัจจุบันด้วยมาร์กอัป และคุณมีบัญชี Google Merchant Center ให้พิจารณากําหนดการตั้งค่าการจัดส่ง ใน Google Merchant Center

ตรวจสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ด้วย Search Console

Search Console เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการตรวจสอบประสิทธิภาพของหน้าเว็บใน Google Search คุณไม่จำเป็นต้องลงชื่อสมัครใช้ Search Console เพื่อให้เนื้อหาได้แสดงในผลการค้นหาของ Google แต่การลงชื่อสมัครใช้จะช่วยให้คุณเข้าใจและปรับปรุงวิธีที่ Google เห็นเว็บไซต์ได้ เราขอแนะนำให้ไปดูข้อมูลใน Search Console ในกรณีต่อไปนี้

  1. หลังจากทำให้ข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้เป็นครั้งแรก
  2. หลังจากเผยแพร่เทมเพลตใหม่หรืออัปเดตโค้ด
  3. วิเคราะห์การเข้าชมเป็นระยะ

หลังจากทำให้ข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้เป็นครั้งแรก

หลังจากที่ Google ได้จัดทำดัชนีหน้าของคุณแล้ว ให้ตรวจหาปัญหาโดยใช้รายงานสถานะผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตามหลักแล้วหน้าที่ถูกต้องจะมีจำนวนมากขึ้น และข้อผิดพลาดหรือคำเตือนไม่เพิ่มขึ้น หากพบปัญหาในข้อมูลที่มีโครงสร้าง ให้ทำดังนี้

  1. แก้ไขข้อผิดพลาด
  2. ตรวจสอบ URL ที่เผยแพร่เพื่อดูว่ายังมีปัญหาอยู่หรือไม่
  3. ขอการตรวจสอบโดยใช้รายงานสถานะ

หลังจากเผยแพร่เทมเพลตใหม่หรืออัปเดตโค้ด

เมื่อทำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในเว็บไซต์ ให้คอยตรวจดูว่ามีข้อผิดพลาดและคำเตือนเกี่ยวกับข้อมูลที่มีโครงสร้างเพิ่มขึ้นไหม
  • หากเห็นว่ามีข้อผิดพลาดเพิ่มขึ้น อาจเป็นเพราะคุณเผยแพร่เทมเพลตใหม่ที่ใช้งานไม่ได้ หรือเว็บไซต์โต้ตอบกับเทมเพลตที่มีอยู่ด้วยวิธีใหม่และไม่ถูกต้อง
  • หากเห็นว่ารายการที่ถูกต้องลดลง (ไม่สอดคล้องกับข้อผิดพลาดที่เพิ่มขึ้น) อาจเป็นเพราะคุณไม่ได้ฝังข้อมูลที่มีโครงสร้างไว้ในหน้าแล้ว ให้ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อดูสาเหตุของปัญหา

วิเคราะห์การเข้าชมเป็นระยะ

วิเคราะห์การเข้าชมจาก Google Search โดยใช้รายงานประสิทธิภาพ ข้อมูลจะแสดงความถี่ที่หน้าปรากฏเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ใน Search ความถี่ที่ผู้ใช้คลิกหน้า และอันดับเฉลี่ยที่หน้าปรากฏในผลการค้นหา คุณจะใช้ Search Console API ดึงผลการค้นหาเหล่านี้โดยอัตโนมัติก็ได้เช่นกัน

มีรายงาน Search Console 2 ประเภทที่เกี่ยวข้องกับ Structured Data สำหรับผลิตภัณฑ์ในส่วน Shopping ในแถบนําทาง ได้แก่

  • ข้อมูลผู้ขาย — สําหรับหน้าที่ผู้เลือกซื้อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ได้
  • ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ — สําหรับหน้าอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ เช่น รีวิวผลิตภัณฑ์และเว็บไซต์รวบรวมข้อมูล
เมนูการนําทาง Shopping สําหรับรายงาน

รายงานทั้ง 2 รายการมีคําเตือนและข้อผิดพลาดที่เกี่ยวข้องกับ Structured Data สำหรับผลิตภัณฑ์ แต่จะแยกกันเนื่องจากข้อกำหนดที่แตกต่างกันสําหรับการใช้งานที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่างเช่น รายงานข้อมูลผู้ขายมีการตรวจสอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่มี Structured Data Offer ดังนั้น รายงานตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใช้เฉพาะสำหรับดูหน้าข้อมูลที่ไม่ใช่ผู้ขาย

การแก้ปัญหา

หากประสบปัญหาในการใช้หรือแก้ไขข้อบกพร่องของ Structured Data โปรดดูแหล่งข้อมูลต่อไปนี้ซึ่งอาจช่วยคุณได้