ถาม & ตอบ

หน้าถาม & ตอบคือหน้าเว็บที่มีข้อมูลในรูปแบบคำถามและคำตอบ โดยเริ่มด้วยคำถาม 1 ข้อและตามด้วยคำตอบของคำถามนั้น สำหรับเนื้อหาที่นำเสนอคำถามและคำตอบ คุณจะมาร์กอัปข้อมูลได้ด้วยประเภท QAPage, Question และ Answer ของ schema.org

หน้าที่มาร์กอัปอย่างถูกต้องจะมีสิทธิ์แสดงเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ในหน้าผลการค้นหา การจัดการข้อมูลสื่อสมบูรณ์นี้ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ใน Search ที่ตรงเป้าหมาย ต่อไปนี้คือตัวอย่างผลการค้นหาที่คุณอาจเห็นสำหรับคำค้นหาของผู้ใช้ที่ว่า "ฉันจะถอดสายที่ติดอยู่ในพอร์ต USB ได้อย่างไร" หากมีการมาร์กอัปหน้าเว็บนั้นให้ตอบคำถามดังกล่าว

ตัวอย่างการ์ดคำถามและคำตอบในผลการค้นหาของคำค้นหาที่ว่า

นอกจากการมาร์กอัปหน้าถาม & ตอบจะเป็นการเปิดใช้เนื้อหาสำหรับการจัดการผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์แล้ว Google ยังสร้างตัวอย่างข้อมูลที่ดีขึ้นให้หน้าเว็บของคุณได้ด้วย ในตัวอย่างข้างต้น เนื้อหาจากคำตอบอาจปรากฏในผลการค้นหาพื้นฐานหากผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ไม่แสดงขึ้นมา

วิธีเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้าง

ข้อมูลที่มีโครงสร้างคือรูปแบบมาตรฐานในการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหน้าและจำแนกประเภทเนื้อหาของหน้า หากคุณเพิ่งใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้างเป็นครั้งแรก โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของข้อมูลที่มีโครงสร้าง

ต่อไปนี้เป็นภาพรวมเกี่ยวกับวิธีสร้าง ทดสอบ และเผยแพร่ข้อมูลที่มีโครงสร้าง ดูคำแนะนำทีละขั้นตอนเกี่ยวกับวิธีเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้างลงในหน้าเว็บได้ใน Codelab สำหรับข้อมูลที่มีโครงสร้าง

  1. เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น หากต้องการทราบเกี่ยวกับตำแหน่งการวางข้อมูลที่มีโครงสร้างในหน้าเว็บ โปรดดูข้อมูลที่มีโครงสร้างของ JSON-LD: ตำแหน่งที่จะแทรกในหน้าเว็บ
  2. ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
  3. ตรวจสอบความถูกต้องของโค้ดโดยใช้การทดสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์
  4. ทำให้หน้าบางหน้าที่มีข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้และใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อทดสอบว่า Google เห็นหน้าในลักษณะใด ตรวจสอบว่า Google เข้าถึงหน้าดังกล่าวได้และไม่มีการบล็อกหน้าด้วยไฟล์ robots.txt, แท็ก noindex หรือข้อกำหนดให้เข้าสู่ระบบ หากหน้าเว็บดูถูกต้องดีแล้ว ก็ขอให้ Google รวบรวมข้อมูล URL อีกครั้งได้
  5. หากต้องการให้ Google ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอยู่ตลอด เราขอแนะนำให้คุณส่งแผนผังเว็บไซต์ ซึ่งกำหนดให้ดำเนินการแบบอัตโนมัติได้โดยใช้ Search Console Sitemap API

ตัวอย่าง

ตัวอย่างมาร์กอัปต่อไปนี้มีคำจำกัดความของประเภท QAPage, Question และ Answer ใน JSON-LD

JSON-LD

<html>
  <head>
    <title>How many ounces are there in a pound?</title>
    <script type="application/ld+json">
    {
      "@context": "https://schema.org",
      "@type": "QAPage",
      "mainEntity": {
        "@type": "Question",
        "name": "How many ounces are there in a pound?",
        "text": "I have taken up a new interest in baking and keep running across directions in ounces and pounds. I have to translate between them and was wondering how many ounces are in a pound?",
        "answerCount": 3,
        "upvoteCount": 26,
        "dateCreated": "2016-07-23T21:11Z",
        "author": {
          "@type": "Person",
          "name": "New Baking User"
        },
        "acceptedAnswer": {
          "@type": "Answer",
          "text": "1 pound (lb) is equal to 16 ounces (oz).",
          "dateCreated": "2016-11-02T21:11Z",
          "upvoteCount": 1337,
          "url": "https://example.com/question1#acceptedAnswer",
          "author": {
            "@type": "Person",
            "name": "SomeUser"
          }
        },
        "suggestedAnswer": [
          {
            "@type": "Answer",
            "text": "Are you looking for ounces or fluid ounces? If you are looking for fluid ounces there are 15.34 fluid ounces in a pound of water.",
            "dateCreated": "2016-11-02T21:11Z",
            "upvoteCount": 42,
            "url": "https://example.com/question1#suggestedAnswer1",
            "author": {
              "@type": "Person",
              "name": "AnotherUser"
            }
          }, {
            "@type": "Answer",
            "text": " I can't remember exactly, but I think 18 ounces in a lb. You might want to double check that.",
            "dateCreated": "2016-11-06T21:11Z",
            "upvoteCount": 0,
            "url": "https://example.com/question1#suggestedAnswer2",
            "author": {
              "@type": "Person",
              "name": "ConfusedUser"
            }
          }
        ]
      }
    }
    </script>
  </head>
  <body>
  </body>
</html>
Microdata

<html>
<body itemscope itemtype="https://schema.org/QAPage">
<div itemprop="mainEntity" itemscope itemtype="https://schema.org/Question">
   <h2 itemprop="name">How many ounces are there in a pound?</h2>
   <div itemprop="upvoteCount">52</div>
   <div itemprop="text">I have taken up a new interest in baking and keep running across directions in ounces and pounds. I have to translate between them and was wondering how many ounces are in a pound?</div>
   <div>asked <time itemprop="dateCreated" datetime="2010-11-04T20:07Z">Nov 11
'10 at 20:07</time></div>
<div itemprop="author" itemscope itemtype="https://schema.org/Person"><span
itemprop="name">New Baking User</span></div>
<div>
    <div><span itemprop="answerCount">3</span> answers</div>
    <div><span itemprop="upvoteCount">26</span> votes</div>
    <div itemprop="acceptedAnswer" itemscope itemtype="https://schema.org/Answer">
       <div itemprop="upvoteCount">1337</div>
       <div itemprop="text">
       1 pound (lb) is equal to 16 ounces (oz).
       </div>
      <a itemprop="url" href="https://example.com/question1#acceptedAnswer">Answer Link</a>
      <div>answered <time itemprop="dateCreated" datetime="2010-12-01T22:01Z">Dec 1 '10 at 22:01</time></div>
      <div itemprop="author" itemscope itemtype="https://schema.org/Person"><span itemprop="name">SomeUser</span></div>
      </div>
    <div itemprop="suggestedAnswer" itemscope itemtype="https://schema.org/Answer">
       <div itemprop="upvoteCount">42</div>
       <div itemprop="text">
       Are you looking for ounces or fluid ounces? If you are looking for fluid ounces there are 15.34 fluid ounces in a pound of water.
       </div>
       <a itemprop="url" href="https://example.com/question1#suggestedAnswer1">Answer Link</a>
       <div>answered <time itemprop="dateCreated"datetime="2010-12-06T21:11Z">Dec 6 '10 at 21:11</time></div>
       <div itemprop="author" itemscope itemtype="https://schema.org/Person"><span
itemprop="name">AnotherUser</span></div>
     </div>
     <div itemprop="suggestedAnswer" itemscope itemtype="https://schema.org/Answer">
       <div itemprop="upvoteCount">0</div>
       <div itemprop="text">
       I can't remember exactly, but I think 18 ounces in a lb. You might want to double check that.
       </div>
       <a itemprop="url" href="https://example.com/question1#suggestedAnswer2">Answer Link</a>
       <div>answered <time itemprop="dateCreated"datetime="2010-12-06T21:11Z">Dec 6 '10 at 21:11</time></div>
       <div itemprop="author" itemscope itemtype="https://schema.org/Person"><span
itemprop="name">ConfusedUser</span></div>
    </div>
</div>
</div>
</body>
</html>

หลักเกณฑ์

คุณต้องทำตามหลักเกณฑ์เหล่านี้เพื่อให้หน้าถาม & ตอบมีสิทธิ์ในการจัดการข้อมูลสื่อสมบูรณ์

หลักเกณฑ์เนื้อหา

  • โปรดใช้มาร์กอัป QAPage เฉพาะในกรณีที่หน้าเว็บมีข้อมูลในรูปแบบคำถามและคำตอบเท่านั้น โดยเริ่มด้วยคำถาม 1 ข้อและตามด้วยคำตอบของคำถามนั้น
  • ผู้ใช้ต้องส่งคำตอบของคำถามนั้นได้ อย่าใช้มาร์กอัป QAPage สำหรับเนื้อหาที่มีคำตอบของคำถามนั้นๆ เพียงคำตอบเดียวและไม่มีช่องทางให้ผู้ใช้เพิ่มคำตอบอื่นๆ แต่ให้ใช้ FAQPage แทน โปรดดูตัวอย่างด้านล่าง

    Use Case ที่ถูกต้อง:

    • หน้าฟอรัมที่ผู้ใช้ส่งคำตอบสำหรับคำถามข้อเดียวได้
    • หน้าสนับสนุนของผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้ส่งคำตอบสำหรับคำถามข้อเดียวได้

    Use Case ที่ไม่ถูกต้อง:

    • หน้าคำถามที่พบบ่อยที่เขียนโดยเว็บไซต์เอง โดยไม่มีช่องทางให้ผู้ใช้ส่งคำตอบอื่นๆ
    • หน้าผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้ส่งคำถามและคำตอบหลายรายการได้ในหน้าเดียว
    • คำแนะนำวิธีใช้ที่ตอบคำถามข้อเดียว
    • บล็อกโพสต์ที่ตอบคำถามข้อเดียว
    • เรียงความที่ตอบคำถามข้อเดียว
  • อย่าใช้มาร์กอัป QAPage กับทุกหน้าในเว็บไซต์หรือฟอรัมหากเนื้อหาในบางหน้าไม่มีสิทธิ์ใช้มาร์กอัป เช่น ฟอรัมอาจมีคำถามโพสต์อยู่มากมาย ซึ่งคำถามแต่ละข้อมีสิทธิ์ใช้มาร์กอัป แต่หากฟอรัมมีหน้าอื่นที่ไม่ใช่คำถามด้วย หน้าดังกล่าวจะไม่มีสิทธิ์ใช้มาร์กอัป
  • อย่าใช้มาร์กอัป QAPage กับหน้าคำถามที่พบบ่อยหรือหน้าที่มีคำถามหลายข้อต่อ 1 หน้า มาร์กอัป QAPage มีไว้สำหรับหน้าที่โฟกัสที่คำถามเพียงข้อเดียวและคำตอบของคำถามข้อนั้น
  • อย่าใช้มาร์กอัป QAPage เพื่อการโฆษณา
  • ตรวจสอบว่า Question และ Answer แต่ละรายการมีข้อความของคำถามและคำตอบตามลำดับครบถ้วน
  • มาร์กอัป Answer มีไว้สำหรับคำตอบของคำถาม ไม่ใช่ความคิดเห็นเกี่ยวกับคำถามหรือความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบอื่นๆ อย่ามาร์กอัปความคิดเห็นที่ไม่ใช่คำตอบว่าเป็น Answer
  • เนื้อหาคำถามและคำตอบอาจไม่แสดงเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์หากประกอบด้วยเนื้อหาประเภทต่างๆ ต่อไปนี้ เนื้อหาที่ลามก หยาบคาย ไม่เหมาะสมทางเพศ รุนแรงสยดสยอง การโปรโมตกิจกรรมอันตรายหรือกิจกรรมผิดกฎหมาย หรือภาษาที่แสดงความเกลียดชังหรือล่วงละเมิด

คำจำกัดความของประเภทข้อมูลที่มีโครงสร้าง

ส่วนนี้จะอธิบายประเภทข้อมูลที่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับ QAPage

คุณต้องใส่พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็นลงในเนื้อหาเพื่อให้มีสิทธิ์แสดงเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ คุณอาจใส่พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำด้วยเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลที่มีโครงสร้าง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น

คุณใช้การทดสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ของ Google เพื่อตรวจสอบความถูกต้องและแสดงตัวอย่างข้อมูลที่มีโครงสร้างได้

QAPage

ประเภท QAPage บ่งชี้ว่าหน้าดังกล่าวโฟกัสที่คำถามข้อเดียวและคำตอบของคำถามนั้น เราจะใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้าง Question จากหน้าที่มีมาร์กอัป QAPage เท่านั้น ในหน้าหนึ่งควรมีคำจำกัดความประเภท QAPage จำนวน 1 รายการเท่านั้น

ดูคำจำกัดความที่สมบูรณ์ของ QAPage ได้ที่ https://schema.org/QAPage

ตารางต่อไปนี้จะอธิบายพร็อพเพอร์ตี้ของประเภท QAPage ที่ Google Search ใช้

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น

mainEntity

Question

Question สำหรับหน้านี้ต้องฝังอยู่ใต้พร็อพเพอร์ตี้ mainEntity ของรายการ QAPage

Question

ประเภท Question จะกำหนดคำถามที่หน้านี้ตอบและรวมถึงคำตอบของคำถามนั้น (หากมี) ระบบคาดว่าหน้าเว็บจะมีประเภท Question จำนวน 1 รายการ โดยฝังอยู่ใต้พร็อพเพอร์ตี้ mainEntity ของ schema.org/QAPage ในหน้าหนึ่งควรมีคำจำกัดความประเภท Question จำนวน 1 รายการเท่านั้น

ดูคำจำกัดความที่สมบูรณ์ของ Question ได้ที่ https://schema.org/Question

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น

answerCount

Integer

จำนวนคำตอบทั้งหมดของคำถามนั้น เช่น หากมี 15 คำตอบแต่มีการมาร์กอัปเพียง 10 คำตอบแรกเนื่องจากการใส่เลขหน้า ค่านี้จะเป็น 15 และค่านี้จะเป็น 0 สำหรับคำถามที่ไม่มีคำตอบ

acceptedAnswer หรือ suggestedAnswer ก็ได้ Answer

คำถามต้องมีอย่างน้อย 1 คำตอบ ไม่ว่าจะเป็น acceptedAnswer หรือ suggestedAnswer เพื่อให้มีสิทธิ์แสดงเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม คำถามอาจไม่มีคำตอบตอนที่โพสต์เป็นครั้งแรก สำหรับคำถามที่ไม่มีคำตอบ ให้ตั้งค่าพร็อพเพอร์ตี้ answerCount เป็น 0 คำถามที่ไม่มีคำตอบจะไม่มีสิทธิ์แสดงเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์

acceptedAnswer

Answer

คำตอบยอดนิยมของคำถาม อาจไม่มีเลยหรือมีมากกว่า 1 คำตอบต่อคำถาม คำตอบนี้ควรเป็นคำตอบที่ได้รับการยอมรับในเว็บไซต์ เช่น ได้รับการยอมรับจากผู้ถาม ผู้ตรวจสอบ หรือระบบการโหวตว่าเป็นคำตอบยอดนิยม ไม่ควรใช้การจัดเรียงคำตอบรูปแบบอื่นๆ เช่น คำตอบล่าสุด เพื่อระบุคำตอบยอดนิยม

suggestedAnswer

Answer

คำตอบที่เป็นไปได้ 1 คำตอบ แต่ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคำตอบยอดนิยม (acceptedAnswer) โดยในคำถามหนึ่งๆ อาจไม่มีคำตอบเลยหรือมีมากกว่า 1 คำตอบ

name

Text

ข้อความทั้งหมดของคำถามแบบสั้น เช่น "1 ถ้วยเท่ากับกี่ช้อนชา"

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ

author

Person หรือ Organization

ผู้เขียนคำถาม

dateCreated

Date หรือ DateTime

วันที่เพิ่มคำถามลงในหน้า ในรูปแบบ ISO-8601

text

Text

ข้อความทั้งหมดของคำถามแบบยาว เช่น "ฉันจะทำอาหารและอยากรู้ว่าถ้วยหนึ่งเท่ากับกี่ช้อนชา 1 ถ้วยเท่ากับกี่ช้อนชา"

upvoteCount

Integer

จำนวนคะแนนโหวตทั้งหมดที่คำถามนี้ได้รับ หากหน้ารองรับการโหวตเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ให้กำหนดค่า upvoteCount เป็นค่ารวมค่าเดียวที่แสดงถึงทั้งการโหวตเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เช่น หากมีการโหวตเห็นด้วย 5 คะแนนและไม่เห็นด้วย 2 คะแนน ค่ารวมที่ใช้กับ upvoteCount คือ 3 หากมีการโหวตเห็นด้วย 5 คะแนน แต่หน้าไม่รองรับการโหวตไม่เห็นด้วย ค่าของ upvoteCount จะเท่ากับ 5

Answer

ประเภท Answer กำหนดคำตอบที่แนะนำและยอมรับให้กับ Question ในหน้านี้ กำหนด Answers ภายใน Question เป็นค่าสำหรับพร็อพเพอร์ตี้ suggestedAnswer และ acceptedAnswer

ตารางต่อไปนี้อธิบายพร็อพเพอร์ตี้ของประเภท Answer ที่ใช้ภายใน Question

ดูคำจำกัดความที่สมบูรณ์ของ Answer ได้ที่ https://schema.org/Answer

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น

text

Text

ข้อความทั้งหมดของคำตอบ หากมาร์กอัปเพียงบางส่วนของคำตอบ เนื้อหาอาจไม่แสดงและ Google จะเลือกข้อความที่ดีที่สุดเพื่อนำไปแสดงไม่ได้

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ

author

Person หรือ Organization

ผู้เขียนคำตอบ

dateCreated

Date หรือ DateTime

วันที่มีการเพิ่มคำตอบลงในหน้า ในรูปแบบ ISO-8601

upvoteCount

Integer

จำนวนคะแนนโหวตทั้งหมดที่คำตอบนี้ได้รับ หากหน้ารองรับการโหวตเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ให้กำหนดค่า upvoteCount เป็นค่ารวมค่าเดียวที่แสดงถึงทั้งการโหวตเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เช่น หากมีการโหวตเห็นด้วย 5 คะแนนและไม่เห็นด้วย 2 คะแนน ค่ารวมที่ใช้กับ upvoteCount คือ 3 หากมีการโหวตเห็นด้วย 5 คะแนน แต่หน้าไม่รองรับการโหวตไม่เห็นด้วย ค่าของ upvoteCount จะเท่ากับ 5

url

URL

URL ที่ลิงก์มายังคำตอบนี้โดยตรง เช่น https://www.examplesite.com/question#answer1

ตรวจสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ด้วย Search Console

Search Console เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการตรวจสอบประสิทธิภาพของหน้าเว็บใน Google Search คุณไม่จำเป็นต้องลงชื่อสมัครใช้ Search Console เพื่อให้เนื้อหาได้แสดงในผลการค้นหาของ Google แต่การลงชื่อสมัครใช้จะช่วยให้คุณเข้าใจและปรับปรุงวิธีที่ Google เห็นเว็บไซต์ได้ เราขอแนะนำให้ไปดูข้อมูลใน Search Console ในกรณีต่อไปนี้

  1. หลังจากทำให้ข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้เป็นครั้งแรก
  2. หลังจากเผยแพร่เทมเพลตใหม่หรืออัปเดตโค้ด
  3. วิเคราะห์การเข้าชมเป็นระยะ

หลังจากทำให้ข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้เป็นครั้งแรก

หลังจากที่ Google ได้จัดทำดัชนีหน้าของคุณแล้ว ให้ตรวจหาปัญหาโดยใช้รายงานสถานะผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตามหลักแล้วคุณควรจะเห็นว่าหน้าที่ถูกต้องนั้นมีจำนวนมากขึ้น และข้อผิดพลาดหรือคำเตือนไม่เพิ่มขึ้น หากพบปัญหาในข้อมูลที่มีโครงสร้าง ให้ทำดังนี้

  1. แก้ไขข้อผิดพลาด
  2. ตรวจสอบ URL ที่เผยแพร่เพื่อดูว่ายังมีปัญหาอยู่หรือไม่
  3. ขอการตรวจสอบโดยใช้รายงานสถานะ

หลังจากเผยแพร่เทมเพลตใหม่หรืออัปเดตโค้ด

เมื่อทำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในเว็บไซต์ ให้คอยตรวจดูว่ามีข้อผิดพลาดและคำเตือนเกี่ยวกับข้อมูลที่มีโครงสร้างเพิ่มขึ้นไหม
  • หากเห็นว่ามีข้อผิดพลาดเพิ่มขึ้น อาจเป็นเพราะคุณเผยแพร่เทมเพลตใหม่ที่ใช้งานไม่ได้ หรือเว็บไซต์โต้ตอบกับเทมเพลตที่มีอยู่ด้วยวิธีใหม่และไม่ถูกต้อง
  • หากเห็นว่ารายการที่ถูกต้องลดลง (ไม่สอดคล้องกับข้อผิดพลาดที่เพิ่มขึ้น) อาจเป็นเพราะคุณไม่ได้ฝังข้อมูลที่มีโครงสร้างไว้ในหน้าแล้ว ให้ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อดูสาเหตุของปัญหา

วิเคราะห์การเข้าชมเป็นระยะ

วิเคราะห์การเข้าชมจาก Google Search โดยใช้รายงานประสิทธิภาพ ข้อมูลจะแสดงความถี่ที่หน้าปรากฏเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ใน Search ความถี่ที่ผู้ใช้คลิกหน้า และอันดับเฉลี่ยที่หน้าปรากฏในผลการค้นหา หรือคุณจะดึงผลลัพธ์เหล่านี้โดยอัตโนมัติโดยใช้ Search Console API ก็ได้เช่นกัน

การแก้ปัญหา

หากประสบปัญหาในการใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้าง โปรดดูแหล่งข้อมูลต่อไปนี้ซึ่งอาจช่วยคุณได้