ตรวจสอบข้อเท็จจริง

หากคุณมีหน้าเว็บที่ใช้ตรวจสอบคำกล่าวอ้างของบุคคลอื่น คุณจะใส่ข้อมูลที่มีโครงสร้าง ClaimReview ไว้ในหน้าเว็บของคุณได้ ข้อมูลที่มีโครงสร้าง ClaimReview ช่วยให้การตรวจสอบข้อเท็จจริงแบบสรุปแสดงขึ้นในผลการค้นหาของ Google เมื่อหน้าเว็บของคุณปรากฏในผลการค้นหาของคำกล่าวอ้างนั้นๆ

คำแนะนำนี้จะอธิบายรายละเอียดวิธีใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้าง ClaimReview หากไม่ต้องการเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้างด้วยตนเอง ให้ลองใช้เครื่องมือมาร์กอัปการตรวจสอบข้อเท็จจริง และดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ในเกี่ยวกับเครื่องมือมาร์กอัปการตรวจสอบข้อเท็จจริง

วิธีเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้าง

ข้อมูลที่มีโครงสร้างคือรูปแบบมาตรฐานในการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหน้าและจำแนกประเภทเนื้อหาของหน้า หากคุณเพิ่งใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้างเป็นครั้งแรก โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของข้อมูลที่มีโครงสร้าง

ต่อไปนี้เป็นภาพรวมเกี่ยวกับวิธีสร้าง ทดสอบ และเผยแพร่ข้อมูลที่มีโครงสร้าง ดูคำแนะนำทีละขั้นตอนเกี่ยวกับวิธีเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้างลงในหน้าเว็บได้ใน Codelab สำหรับข้อมูลที่มีโครงสร้าง

  1. เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น หากต้องการทราบเกี่ยวกับตำแหน่งการวางข้อมูลที่มีโครงสร้างในหน้าเว็บ โปรดดูข้อมูลที่มีโครงสร้างของ JSON-LD: ตำแหน่งที่จะแทรกในหน้าเว็บ
  2. ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
  3. ตรวจสอบความถูกต้องของโค้ดโดยใช้การทดสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์
  4. ทำให้หน้าบางหน้าที่มีข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้และใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อทดสอบว่า Google เห็นหน้าในลักษณะใด ตรวจสอบว่า Google เข้าถึงหน้าดังกล่าวได้และไม่มีการบล็อกหน้าด้วยไฟล์ robots.txt, แท็ก noindex หรือข้อกำหนดให้เข้าสู่ระบบ หากหน้าเว็บดูถูกต้องดีแล้ว ก็ขอให้ Google รวบรวมข้อมูล URL อีกครั้งได้
  5. หากต้องการให้ Google ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอยู่ตลอด เราขอแนะนำให้คุณส่งแผนผังเว็บไซต์ ซึ่งกำหนดให้ดำเนินการแบบอัตโนมัติได้โดยใช้ Search Console Sitemap API

ตัวอย่าง

ลองนึกถึงหน้าเว็บที่ประเมินคำกล่าวอ้างว่าโลกแบน ต่อไปนี้คือตัวอย่างการค้นหา "โลกแบน" ในหน้าผลการค้นหาของ Google Search หากหน้าเว็บมีเอลิเมนต์ ClaimReview (โปรดทราบว่าภาพดีไซน์จริงอาจต่างออกไป)

การตรวจสอบคำกล่าวอ้างรายการเดียวที่เชื่อมโยงกับหน้าเว็บ

นี่คือตัวอย่างข้อมูลที่มีโครงสร้างในหน้าเว็บที่โฮสต์การตรวจสอบข้อเท็จจริงนี้


<html>
  <head>
    <title>The world is flat</title>
    <script type="application/ld+json">
    {
      "@context": "https://schema.org",
      "@type": "ClaimReview",
      "datePublished": "2016-06-22",
      "url": "http://example.com/news/science/worldisflat.html",
      "claimReviewed": "The world is flat",
      "itemReviewed": {
        "@type": "Claim",
        "author": {
          "@type": "Organization",
          "name": "Square World Society",
          "sameAs": "https://example.flatworlders.com/we-know-that-the-world-is-flat"
        },
        "datePublished": "2016-06-20",
        "appearance": {
          "@type": "OpinionNewsArticle",
          "url": "http://skeptical.example.net/news/a122121",
          "headline": "Square Earth - Flat earthers for the Internet age",
          "datePublished": "2016-06-22",
          "author": {
            "@type": "Person",
            "name": "T. Tellar"
          },
          "image": "https://example.com/photos/1x1/photo.jpg",
          "publisher": {
            "@type": "Organization",
            "name": "Skeptical News",
            "logo": {
              "@type": "ImageObject",
              "url": "https://example.com/logo.jpg"
            }
          }
        }
      },
      "author": {
        "@type": "Organization",
        "name": "Example.com science watch"
      },
      "reviewRating": {
        "@type": "Rating",
        "ratingValue": "1",
        "bestRating": "5",
        "worstRating": "1",
        "alternateName": "False"
      }
    }
    </script>
  </head>
  <body>
  </body>
</html>

คำแนะนำเกี่ยวกับการมีสิทธิ์

Google ไม่รับประกันว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะแสดงในผลการค้นหา แม้ว่าหน้าเว็บจะมีมาร์กอัปที่ถูกต้องตามการทดสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ การใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้างเป็นการเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าฟีเจอร์นี้จะแสดงผล อัลกอริทึมของ Google จะใช้โปรแกรมระบุการมีสิทธิ์เป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตัวแปรต่างๆ ซึ่งรวมถึงหลักเกณฑ์ต่อไปนี้

หากต้องการให้เนื้อหาการตรวจสอบข้อเท็จจริงมีสิทธิ์แสดงเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงใน Google Search คุณจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้

  • เว็บไซต์ต้องมีหน้าเว็บหลายหน้าที่มาร์กอัปเป็นข้อมูลที่มีโครงสร้าง ClaimReview
  • คุณต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์สำหรับข้อมูลที่มีโครงสร้างและหลักเกณฑ์สำหรับผู้ดูแลเว็บทั้งหมด
  • ข้อมูลที่มีโครงสร้างและเนื้อหาในหน้าต้องไม่ขัดแย้งกัน (เช่น ข้อมูลที่มีโครงสร้างระบุว่าคำกล่าวอ้างเป็นจริง แต่เนื้อหาในหน้าระบุว่าคำกล่าวอ้างเป็นเท็จ) ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหาและข้อมูลที่มีโครงสร้างระบุไว้ตรงกัน (เช่น ทั้งสองระบุว่าคำกล่าวอ้างเป็นจริง)
  • คุณต้องเป็นไปตามมาตรฐานด้านความรับผิดชอบ ความโปร่งใส ความอ่านง่าย และการสื่อให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับเว็บไซต์ ตามที่ชี้แจงไว้อย่างชัดเจนในหลักเกณฑ์ทั่วไปของ Google News
  • คุณต้องมีนโยบายแก้ไขหรือมีกลไกให้ผู้ใช้รายงานข้อผิดพลาด
  • เว็บไซต์สำหรับหน่วยงานทางการเมือง (เช่น การหาเสียง พรรคการเมือง หรือเจ้าหน้าที่ที่ได้รับเลือกตั้ง) ไม่มีสิทธิ์ใช้งานฟีเจอร์นี้
  • ผู้อ่านสามารถระบุหาคำกล่าวอ้างและตรวจสอบเนื้อหาของบทความได้ง่าย ผู้อ่านเข้าใจได้ว่าเนื้อหาใดผ่านการตรวจสอบและนำไปสู่ข้อสรุปใด
  • คุณต้องแสดงที่มาของคำกล่าวอ้างที่ทำการประเมินอย่างชัดเจนไปยังต้นทางที่ต่างกัน (แยกจากเว็บไซต์ของคุณ) ทั้งที่เป็นเว็บไซต์ คำแถลงต่อสาธารณะ โซเชียลมีเดีย หรือแหล่งที่มาอื่นๆ ที่ติดตามย้อนกลับได้
  • การวิเคราะห์การตรวจสอบข้อเท็จจริงจะต้องติดตามย้อนกลับไปยังแหล่งที่มาและวิธีการได้อย่างโปร่งใส โดยมีการอ้างอิงและรายการอ้างอิงถึงแหล่งที่มาหลัก

หลักเกณฑ์ทางเทคนิค

  • หน้าเว็บเดียวจะโฮสต์เอลิเมนต์ ClaimReview ได้หลายรายการ โดยแยกกันสำหรับคำกล่าวอ้างแต่ละรายการ
  • หากผู้ตรวจสอบหลายรายในหน้านั้นๆ ตรวจสอบข้อเท็จจริงข้อเดียวกัน คุณจะรวมเอลิเมนต์ ClaimReview ที่แยกไว้ต่างหากสำหรับการวิเคราะห์ของผู้ตรวจสอบแต่ละรายได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ในการโพสต์การตรวจสอบข้อเท็จจริงหลายรายการในหน้าเว็บ
  • หน้าที่โฮสต์เอลิเมนต์ ClaimReview จะต้องมีสรุปโดยย่อเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการประเมินเป็นอย่างน้อย หรือมีข้อความฉบับเต็ม
  • คุณควรโฮสต์ ClaimReview ที่เจาะจงในหน้าเว็บของเว็บไซต์เพียงหน้าเดียว อย่าใส่การตรวจสอบข้อเท็จจริงเดียวกันซ้ำๆ ในหลายๆ หน้า เว้นแต่เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงในรูปแบบต่างๆ ของหน้าเดียวกัน (เช่น คุณอาจโพสต์ ClaimReview เดียวกันในหน้าเว็บเวอร์ชันสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่และสำหรับเดสก์ท็อป)
  • หากเว็บไซต์ของคุณรวบรวมบทความตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ ไว้ ให้ตรวจสอบว่าบทความทั้งหมดเป็นไปตามเกณฑ์ด้านบน และคุณได้แสดงรายการเว็บไซต์ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดที่คุณรวมไว้โดยเป็นรายการที่เปิดเผยและเผยแพร่ต่อสาธารณะ

การโพสต์การตรวจสอบข้อเท็จจริงหลายรายการในหน้าเว็บเดียว

หากเลือกที่จะระบุ ClaimReview หลายรายการในหน้าเว็บเดียว โปรดตรวจสอบว่ารายการเหล่านั้นทั้งหมดเกี่ยวข้องกับหัวข้อหลักของหน้าเว็บ โดยใช้วิธีการใดวิธีการหนึ่งต่อไปนี้

  • สร้างหน้าสรุปที่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงหลายรายการ โดยที่แต่ละรายการมีเอลิเมนต์ ClaimReview ของตนเอง โพสต์ข้อความฉบับเต็มของการตรวจสอบข้อเท็จจริงแต่ละรายการเป็นหน้าๆ แยกกัน เอลิเมนต์ ClaimReview แต่ละรายการในหน้าสรุปจะชี้ไปยังหน้าเวอร์ชันเต็ม แทนที่จะเป็นหน้าสรุป
  • หรือ
  • สร้างหน้าเว็บหน้าเดียวที่มีการตรวจสอบฉบับเต็มหลายรายการ โดยที่การตรวจสอบแต่ละรายการมี Anchor ของ HTML แยกกัน เอลิเมนต์ ClaimReview แต่ละรายการชี้ไปที่ summary_page.html#anchor

คำจำกัดความของประเภทข้อมูลที่มีโครงสร้าง

การใช้การตรวจสอบข้อเท็จจริงต้องใช้ประเภทข้อมูลที่มีโครงสร้างต่อไปนี้

คุณต้องใส่พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็นลงในเนื้อหาเพื่อให้มีสิทธิ์แสดงเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ คุณอาจใส่พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำด้วยเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น

หากองค์กรของคุณสนใจที่จะใช้หรือประสบปัญหาในการใช้ ClaimReview โปรดส่งข้อมูลติดต่อมา ทีมของเราอาจติดต่อคุณไป

ClaimReview

ดูคำจำกัดความที่สมบูรณ์ของ ClaimReview ได้ที่ schema.org/ClaimReview

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
claimReviewed

Text

สรุปสั้นๆ เกี่ยวกับคำกล่าวอ้างที่ได้รับการประเมิน โปรดจำกัดความยาวให้ไม่เกิน 75 อักขระเพื่อลดการตัดข้อความเวลาแสดงในอุปกรณ์เคลื่อนที่

reviewRating

Rating

การประเมินคำกล่าวอ้าง ออบเจ็กต์นี้รองรับทั้งการประเมินแบบเป็นตัวเลขและข้อความ ตอนนี้ผลการค้นหาจะแสดงค่าที่เป็นข้อความเท่านั้น

โครงการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ มีแผนการให้คะแนนที่หลากหลายซึ่งอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงค่าตรงกลาง คุณควรจะจัดทำเอกสารเกี่ยวกับแผนการให้คะแนนดังกล่าวเพื่อชี้แจงความหมายของตัวเลขคะแนน อย่างน้อยที่สุด ควรมีระบบการให้คะแนนซึ่งกำหนดความหมายของตัวเลขด้วยข้อความสำหรับการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดที่แสดงคะแนนเป็นตัวเลข

  • 1 = "ไม่เป็นความจริง"
  • 2 = "ส่วนใหญ่ไม่เป็นความจริง"
  • 3 = "เป็นความจริงครึ่งหนึ่ง"
  • 4 = "ส่วนใหญ่เป็นความจริง"
  • 5 = "เป็นความจริง"

ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่การให้คะแนน

url

URL

ลิงก์ไปยังหน้าที่โฮสต์บทความฉบับเต็มของการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากหน้าเว็บมีเอลิเมนต์ ClaimReview หลายรายการ ให้ตรวจสอบว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวมี Anchor ของ HTML และพร็อพเพอร์ตี้นี้ชี้ไปที่ Anchor ดังกล่าว เช่น http://example.com/longreview.html หรือ http://example.com/summarypage.html#fact1

โดเมนของค่า URL นี้ต้องเป็นโดเมนเดียวกันหรือโดเมนย่อยของหน้าที่โฮสต์เอลิเมนต์ ClaimReview นี้ การเปลี่ยนเส้นทางหรือ URL ที่สั้นลง (เช่น g.co/searchconsole) จะไม่ได้รับการแก้ไขและจะใช้งานไม่ได้ในกรณีนี้

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
author

Organization

ผู้เผยแพร่เนื้อหาของบทความการตรวจสอบข้อเท็จจริงไม่ใช่ผู้เผยแพร่เนื้อหาของคำกล่าวอ้าง author ต้องเป็นองค์กรหรือบุคคล author มีพร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้อย่างน้อย 1 อย่าง

name Text

ชื่อองค์กรที่เผยแพร่การตรวจสอบข้อเท็จจริงนี้

url

URL

URL ผู้เผยแพร่เนื้อหาของการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งอาจเป็นหน้าแรก หน้าข้อมูลติดต่อ หรือหน้าอื่นๆ ที่เหมาะสม

datePublished

DateTime

วันที่เผยแพร่การตรวจสอบข้อเท็จจริง

itemReviewed

Claim

ออบเจ็กต์ที่อธิบายคำกล่าวอ้าง ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Claim

Claim

ดูคำจำกัดความที่สมบูรณ์ของ Claim ได้ที่ schema.org/Claim

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
appearance

URL หรือ CreativeWork

ลิงก์ไปยังหรือคำอธิบายในหน้าของ CreativeWork ที่คำกล่าวอ้างนี้ปรากฏขึ้น

author

Organization หรือ Person

ผู้เขียนคำกล่าวอ้างไม่ใช่ผู้เขียนการตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่าใส่พร็อพเพอร์ตี้ author หากคำกล่าวอ้างไม่มีผู้เขียน หากคุณเพิ่ม author ให้กำหนดพร็อพเพอร์ตี้ต่อไปนี้

nameText จำเป็น

ผู้เผยแพร่เนื้อหาของคำกล่าวอ้าง ผู้เผยแพร่เนื้อหาอาจเป็นบุคคลหรือองค์กรก็ได้

sameAs URL แนะนำ

ระบุฝ่ายที่กล่าวอ้าง ไม่ว่าฝ่ายนั้นเป็น Person หรือ Organization เมื่อผู้เผยแพร่หลายรายรายงานคำกล่าวอ้างเดียวกัน ก็จะใช้พร็อพเพอร์ตี้ appearance ซ้ำได้ เมื่อหลายฝ่ายกล่าวอ้างถึงสิ่งเดียวกัน ก็จะใช้พร็อพเพอร์ตี้ author ซ้ำได้

URL ดังกล่าวอาจเป็นสิ่งต่อไปนี้ได้

  • หน้าแรกขององค์กรที่เป็นผู้กล่าวอ้าง
  • URL ที่แน่นอนอีก URL หนึ่งซึ่งให้ข้อมูลเกี่ยวกับฝ่ายที่กล่าวอ้าง เช่น หน้า Wikipedia หรือ Wikidata ของบุคคลหรือองค์กรหนึ่งๆ
datePublished

DateTime

วันที่กล่าวอ้างหรือเริ่มมีการพูดถึงแบบสาธารณะ (เช่น เมื่อเริ่มได้รับความนิยมในโซเชียลเน็ตเวิร์ก)

firstAppearance

URL หรือ CreativeWork

ลิงก์ไปยังหรือคำอธิบายในหน้าของ CreativeWork ที่คำกล่าวอ้างเฉพาะนี้ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก

Rating

ดูคำจำกัดความที่สมบูรณ์ของ Rating ได้ที่ schema.org/Rating

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
alternateName

Text

การให้คะแนนระดับความเป็นจริงที่กำหนดให้แก่ ClaimReview.reviewRating เป็นคำหรือวลีสั้นๆ ที่ผู้ใช้อ่านได้ ค่านี้จะแสดงในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในผลการค้นหา เช่น "เป็นความจริง" หรือ "ส่วนใหญ่เป็นความจริง"

หากใช้ประโยคที่ยาวกว่านี้ ข้อความเริ่มต้นประโยคควรสื่อความหมายชัดเจน เผื่อในกรณีที่มีการตัดประโยคให้พอดีกับหน้าจอ เช่น "ข้อมูลจำเพาะส่วนใหญ่เป็นความจริง แต่การกล่าวอ้างโดยรวมอาจทำให้เข้าใจผิดได้"

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
bestRating

Number

สำหรับการให้คะแนนที่เป็นตัวเลข ค่าที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้ในสเกลจากแย่ที่สุดไปจนถึงดีที่สุด ต้องมากกว่า worstRating และต้องประเมินเป็นตัวเลขได้ เช่น: 4

name

Text

เหมือนกับ alternateName และใช้เมื่อไม่ได้ระบุ alternateName แต่เราขอแนะนำให้คุณระบุ alternateName แทน name

ratingValue

Number

คะแนนที่เป็นตัวเลขของคำกล่าวอ้างนี้ ซึ่งอยู่ในช่วง worstRatingbestRating (รวมค่าแรกและค่าสุดท้าย) ขอแนะนำให้ใช้ค่าที่เป็นเลขจำนวนเต็มแต่จะระบุหรือไม่ก็ได้ ยิ่งคะแนนที่เป็นตัวเลขใกล้เคียงกับ bestRating มากเพียงใด คำกล่าวอ้างนั้นจะเป็นความจริงยิ่งขึ้น และยิ่งค่านี้ใกล้เคียงกับ worstRating มากเพียงใด คำกล่าวอ้างนั้นก็จะเป็นความเท็จยิ่งขึ้น การให้คะแนนที่เป็นตัวเลขต้องประเมินเป็นตัวเลขได้ เช่น: 4

worstRating

Number

สำหรับการให้คะแนนที่เป็นตัวเลข ค่าที่แย่ที่สุดที่เป็นไปได้ในสเกลจากแย่ที่สุดไปจนถึงดีที่สุด ต้องน้อยกว่า bestRating และต้องประเมินเป็นตัวเลขได้ ต้องมีค่าต่ำสุดเป็น 1 เช่น: 1

ตรวจสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ด้วย Search Console

Search Console เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการตรวจสอบประสิทธิภาพของหน้าเว็บใน Google Search คุณไม่จำเป็นต้องลงชื่อสมัครใช้ Search Console เพื่อให้เนื้อหาได้แสดงในผลการค้นหาของ Google แต่การลงชื่อสมัครใช้จะช่วยให้คุณเข้าใจและปรับปรุงวิธีที่ Google เห็นเว็บไซต์ได้ เราขอแนะนำให้ไปดูข้อมูลใน Search Console ในกรณีต่อไปนี้

  1. หลังจากทำให้ข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้เป็นครั้งแรก
  2. หลังจากเผยแพร่เทมเพลตใหม่หรืออัปเดตโค้ด
  3. วิเคราะห์การเข้าชมเป็นระยะ

หลังจากทำให้ข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้เป็นครั้งแรก

หลังจากที่ Google ได้จัดทำดัชนีหน้าของคุณแล้ว ให้ตรวจหาปัญหาโดยใช้รายงานสถานะผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตามหลักแล้วคุณควรจะเห็นว่าหน้าที่ถูกต้องนั้นมีจำนวนมากขึ้น และข้อผิดพลาดหรือคำเตือนไม่เพิ่มขึ้น หากพบปัญหาในข้อมูลที่มีโครงสร้าง ให้ทำดังนี้

  1. แก้ไขข้อผิดพลาด
  2. ตรวจสอบ URL ที่เผยแพร่เพื่อดูว่ายังมีปัญหาอยู่หรือไม่
  3. ขอการตรวจสอบโดยใช้รายงานสถานะ

หลังจากเผยแพร่เทมเพลตใหม่หรืออัปเดตโค้ด

เมื่อทำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในเว็บไซต์ ให้คอยตรวจดูว่ามีข้อผิดพลาดและคำเตือนเกี่ยวกับข้อมูลที่มีโครงสร้างเพิ่มขึ้นไหม
  • หากเห็นว่ามีข้อผิดพลาดเพิ่มขึ้น อาจเป็นเพราะคุณเผยแพร่เทมเพลตใหม่ที่ใช้งานไม่ได้ หรือเว็บไซต์โต้ตอบกับเทมเพลตที่มีอยู่ด้วยวิธีใหม่และไม่ถูกต้อง
  • หากเห็นว่ารายการที่ถูกต้องลดลง (ไม่สอดคล้องกับข้อผิดพลาดที่เพิ่มขึ้น) อาจเป็นเพราะคุณไม่ได้ฝังข้อมูลที่มีโครงสร้างไว้ในหน้าแล้ว ให้ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อดูสาเหตุของปัญหา

วิเคราะห์การเข้าชมเป็นระยะ

วิเคราะห์การเข้าชมจาก Google Search โดยใช้รายงานประสิทธิภาพ ข้อมูลจะแสดงความถี่ที่หน้าปรากฏเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ใน Search ความถี่ที่ผู้ใช้คลิกหน้า และอันดับเฉลี่ยที่หน้าปรากฏในผลการค้นหา หรือคุณจะดึงผลลัพธ์เหล่านี้โดยอัตโนมัติโดยใช้ Search Console API ก็ได้เช่นกัน

การแก้ปัญหา

หากประสบปัญหาในการใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้าง โปรดดูแหล่งข้อมูลต่อไปนี้ซึ่งอาจช่วยคุณได้