กิจกรรม

มาร์กอัปกิจกรรมที่คุณเป็นผู้จัดเพื่อให้ผู้ใช้ค้นพบกิจกรรมผ่านผลการค้นหาของ Google Search และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Google เช่น Google Maps คุณเพิ่มกิจกรรมทุกประเภทได้โดยใช้มาร์กอัป ไม่ว่าจะเป็นการแสดงของศิลปินชื่อดังหรือชั้นเรียนเต้นซัลซาในชุมชน การเพิ่มมาร์กอัปลงในกิจกรรมช่วยให้ผู้ใช้ค้นพบและเข้าร่วมกิจกรรมของคุณได้ง่ายยิ่งขึ้น

หากมีกิจกรรมไม่มากในเว็บไซต์ คุณจะใช้เครื่องมือไฮไลต์ได้

ตัวอย่างกิจกรรมในผลการค้นหา

ภูมิภาคและภาษาที่มีให้บริการ

Google มีแผนที่จะเปิดใช้ฟีเจอร์ค้นหากิจกรรมในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ขณะนี้ฟีเจอร์นี้พร้อมให้บริการในภูมิภาคและภาษาต่อไปนี้

ตัวอย่าง

นี่คือตัวอย่างของ Event JSON-LD คุณยังใช้ไวยากรณ์ Microdata หรือ RDFa ได้อีกด้วย

หลักเกณฑ์

คุณต้องทำตามหลักเกณฑ์เหล่านี้เพื่อให้มีสิทธิ์ปรากฏในฟีเจอร์ค้นหากิจกรรมใน Google

หลักเกณฑ์ทางเทคนิค

  • หน้าเป้าหมายต้องมีรายการข้อมูลที่มีโครงสร้างจากประเภท Event ใน schema.org
  • แต่ละกิจกรรมจะต้องมี URL ที่ไม่ซ้ำกัน (หน้ารายละเอียด) และมาร์กอัปใน URL ดังกล่าว

หลักเกณฑ์เนื้อหา

  • แต่ละกิจกรรมต้องระบุชื่อกิจกรรม วันที่เริ่มต้น และตำแหน่งอย่างถูกต้อง
  • หลีกเลี่ยงการทำเครื่องหมายสิ่งที่ไม่ใช่กิจกรรมว่าเป็นกิจกรรม
    • อย่าโปรโมตผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ไม่ใช่กิจกรรม เช่น "แพ็กเกจทริป 7 คืนที่แซนดีเอโก/ลอสแอนเจลิส" ว่าเป็นกิจกรรม
    • อย่าเพิ่มส่วนลดหรือโอกาสในการซื้อระยะสั้น เช่น "คอนเสิร์ต ซื้อตั๋วเลย" หรือ "คอนเสิร์ต ลด 50% ถึงวันเสาร์"
    • อย่าทำเครื่องหมายเวลาทำการเป็นกิจกรรม เช่น "สวนสนุกแอดเวนเจอร์ เปิด 8.00 - 17.00 น."
    • อย่าทำเครื่องหมายคูปองหรือบัตรกำนัลเป็นกิจกรรม เช่น "รับส่วนลด 5% สำหรับการสั่งซื้อครั้งแรก"
  • มาร์กอัปกิจกรรมหลายวันให้ถูกต้อง
    • หากข้อมูลกิจกรรมหรือตั๋วเป็นข้อมูลสำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นติดต่อกันหลายวัน ให้ระบุทั้งวันที่เริ่มต้นและวันที่สิ้นสุดของกิจกรรม
    • หากแต่ละวันมีการแสดงที่ต่างกันและขายบัตรแยกกัน ให้เพิ่มเอลิเมนต์ Event แยกต่างหากสำหรับการแสดงแต่ละรายการ

คำจำกัดความของประเภทข้อมูลที่มีโครงสร้าง

ดูคำจำกัดความที่สมบูรณ์ของ Event ได้ที่ schema.org/Event

คุณต้องใส่พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็นลงในเนื้อหาเพื่อให้มีสิทธิ์แสดงในผลการค้นหาที่มีการเพิ่มประสิทธิภาพ คุณอาจใส่พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำด้วยเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
location

Place

Place ที่ฝังไว้ เช่น

"location": {
  "@type": "Place",
  "name": "Santa Clara City Library",
  "address": {
    "@type": "PostalAddress",
    "streetAddress": "2635 Homestead Rd",
    "addressLocality": "Santa Clara",
    "postalCode": "95051",
    "addressRegion": "CA",
    "addressCountry": "US"
  }
}
location.address

PostalAddress

ที่อยู่โดยละเอียดของสถานที่จัดกิจกรรม

ไม่แนะนำ: กรุงเทพฯ

แนะนำ: ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ถนนวัฒนธรรม แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10310 ประเทศไทย

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดมีดังนี้

  • หากกิจกรรมจัดขึ้นบนถนนหลายสาย ให้กำหนดตำแหน่งเริ่มต้นและใส่รายละเอียดทั้งหมดในคำอธิบาย
  • หากกิจกรรมไม่มีสถานที่จัดอย่างชัดเจน ให้ใช้ชื่อเมืองหรือตำแหน่งที่ตรงกับสถานที่จัดงานมากที่สุด
  • หากกิจกรรมจัดขึ้นในหลายๆ ที่พร้อมกัน ให้สร้างกิจกรรมแยกกันสำหรับที่จัดงานแต่ละแห่ง
name

Text

ชื่อเต็มของกิจกรรม

ไม่แนะนำ: **ขายในเวลาจำกัด คอนเสิร์ต Kesha และ Macklemore 1,500 บาท**

แนะนำ: การผจญภัยของ Kesha และ Macklemore

แนะนำ: มีทแอนด์กรี๊ด Kesha และ Macklemore

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดมีดังนี้

  • อย่าใช้ประเภทของกิจกรรมเป็นชื่อกิจกรรม
  • อย่าใส่ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง เช่น URL, ราคา หรือผู้แสดง ให้ใช้พร็อพเพอร์ตี้ที่เหมาะสมสำหรับค่าดังกล่าวแทน
  • ระบุลักษณะเฉพาะของกิจกรรมไว้ในชื่อ วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ใช้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น (เช่น "มีช่วงถามและตอบกับศิลปิน")
  • อย่าใส่โปรโมชันระยะสั้น (เช่น "ซื้อตั๋วตอนนี้")
startDate

DateTime

วันที่และเวลาเริ่มต้นของกิจกรรมตามเวลาท้องถิ่นในเขตเวลา UTC โดยใช้รูปแบบ ISO-8601 ใส่ทั้งวันที่และเวลาเพื่อให้ผู้ใช้หากิจกรรมที่จัดลงในกำหนดการของตนลงตัวได้ง่ายขึ้น เช่น

"startDate": "2018-03-21T16:00"

หากไม่ทราบเวลาเริ่มต้นหรือกิจกรรมใช้เวลาทั้งวัน อย่าป้อนเวลาปลอมหรือ 00:00 (00:00 หมายถึงเวลาเริ่มต้นคือเที่ยงคืน) ให้ระบุเฉพาะวันที่เริ่มต้นเท่านั้นแทน เช่น

"startDate": "2018-03-21"
พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
description

Text

คำอธิบายกิจกรรม อธิบายรายละเอียดทั้งหมดของกิจกรรมเพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจและเข้าร่วมกิจกรรมได้ง่ายยิ่งขึ้น

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดมีดังนี้

  • ใส่คำอธิบายกิจกรรมที่กระชับและชัดเจน
  • เน้นระบุรายละเอียดของกิจกรรม ไม่ใช่ฟีเจอร์ของเว็บไซต์
  • อย่าใส่ข้อมูลอื่นๆ ซ้ำ เช่น วันที่และสถานที่ ซึ่งควรจะมาร์กอัปไว้ในพร็อพเพอร์ตี้ที่เกี่ยวข้อง
endDate

DateTime

วันที่และเวลาสิ้นสุดของกิจกรรมตามเวลาท้องถิ่นในเขตเวลา UTC โดยใช้รูปแบบ ISO-8601 ใช้รูปแบบเดียวกันกับ startDate ใส่ทั้งวันที่และเวลาเพื่อให้ผู้ใช้หากิจกรรมที่จัดลงในกำหนดการของตนลงตัวได้ง่ายขึ้น เช่น

"endDate": "2017-04-24T23:00"

หากไม่ทราบเวลาสิ้นสุดหรือกิจกรรมใช้เวลาทั้งวัน อย่าป้อนเวลาปลอมหรือ 00:00 (00:00 หมายถึงเวลาสิ้นสุดคือเที่ยงคืน) ให้ระบุเพียงวันที่สิ้นสุดเท่านั้น เช่น

"endDate": "2017-04-24"
image

ImageObject หรือ URL ที่ซ้ำ

URL ของรูปภาพหรือโลโก้ของกิจกรรมหรือทัวร์ การใส่รูปภาพช่วยให้ผู้ใช้เข้าใจและมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของคุณ เราขอแนะนำให้ใช้รูปภาพที่มีความกว้าง 1920 พิกเซล (ความกว้างขั้นต่ำคือ 720 พิกเซล)

หลักเกณฑ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปภาพ

  • ทุกหน้าต้องมีรูปภาพอย่างน้อย 1 รูป (ไม่ว่าคุณจะใส่มาร์กอัปหรือไม่) Google จะเลือกรูปภาพที่ดีที่สุดเพื่อแสดงในผลการค้นหาของ Search โดยอิงตามสัดส่วนภาพและความละเอียด
  • URL รูปภาพต้องรวบรวมข้อมูลและจัดทำดัชนีได้
  • รูปภาพต้องประกอบเนื้อหาที่มาร์กอัป
  • รูปภาพต้องอยู่ในรูปแบบ .jpg, .png หรือ .gif
  • เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด โปรดจัดเตรียมรูปภาพความละเอียดสูงไว้หลายๆ รูป (อย่างน้อย 500,000 พิกเซลเมื่อความกว้างคูณความสูง) และมีสัดส่วนภาพต่อไปนี้ 16x9, 4x3 และ 1x1

ตัวอย่าง

"image": [
  "https://example.com/photos/1x1/photo.jpg",
  "https://example.com/photos/4x3/photo.jpg",
  "https://example.com/photos/16x9/photo.jpg"
]
location.name

Text

ชื่อโดยละเอียดของสถานที่จัดกิจกรรม

ไม่แนะนำ: ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

แนะนำ: เมืองไทยรัชดาลัยเธียเตอร์

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดมีดังนี้

  • อย่าใส่ชื่อจังหวัดเว้นแต่จะเป็นกิจกรรมที่จัดทั่วทั้งจังหวัด
  • พร็อพเพอร์ตี้ location.name ต้องเป็นชื่อของสถานที่โดยต้องไม่ซ้ำกับชื่อกิจกรรม อย่าใช้พร็อพเพอร์ตี้นี้หากไม่ทราบชื่อสถานที่
offers

Offer

Offer แบบฝัง 1 รายการต่อตั๋วแต่ละประเภท เช่น
"offers": {
  "@type": "Offer"
}
offers.availability

Text

ต้องเป็นค่าใดค่าหนึ่งต่อไปนี้

เช่น

"offers": {
  "@type": "Offer",
  "availability": "https://schema.org/InStock"
}
offers.price

Number

ราคาต่ำสุดของตั๋วที่มีขายอยู่ซึ่งรวมค่าบริการและค่าธรรมเนียมแล้ว อย่าลืมอัปเดตค่านี้หากมีการเปลี่ยนแปลงราคาหรือขายตั๋วหมดแล้ว เช่น

"offers": {
  "@type": "Offer",
  "price": "30"
}
offers.priceCurrency

Text

รหัสสกุลเงินที่เป็นตัวอักษร 3 ตัว เช่น

"offers": {
  "@type": "Offer",
  "priceCurrency": "USD"
}
offers.validFrom

DateTime

วันที่และเวลาเริ่มจำหน่ายตั๋ว (ต้องระบุสำหรับข้อเสนอที่จำกัดเวลาเท่านั้น) ในรูปแบบ ISO-8601 เช่น

"offers": {
  "@type": "Offer",
  "validFrom": "2017-01-20T16:20-08:00"
}
offers.url

URL

URL ของหน้าเว็บที่ซื้อตั๋วได้ เช่น

"offers": {
  "@type": "Offer",
  "url": "https://www.example.com/event_offer/123"
}

URL นี้ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดต่อไปนี้

  • นำทางไปยังหน้า Landing Page ที่มีช่องทางในการซื้อตั๋วเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวอย่างโดดเด่นและชัดเจนสำหรับผู้ใช้ที่เป็นบุคคลทั่วไป
  • เป็นลิงก์ในหน้าเว็บที่มีกิจกรรมซึ่งผู้ใช้คลิกได้
  • Googlebot ติดตามได้ (ไม่ถูก robots.txt บล็อก)
performer

Person

ผู้ร่วมแสดงในกิจกรรม เช่น ศิลปินและนักแสดงตลก ใช้ PerformingGroup หรือ Person แบบฝัง 1 รายการสำหรับผู้แสดงแต่ละคน เช่น

"performer": {
  "@type": "PerformingGroup"
}
performer.name

Text

ชื่อผู้ร่วมแสดงในกิจกรรม เช่น ชื่อศิลปินหรือนักแสดงตลก เช่น

"performer": {
  "@type": "PerformingGroup",
  "name": "Andy Lagunoff"
}

การแก้ปัญหา

หากไม่มีการแสดงเว็บไซต์ของคุณเป็นตัวเลือกในการซื้อตั๋ว ให้ทำตามขั้นตอนด้านล่าง

  1. ตรวจดูว่าข้อมูลที่มีโครงสร้างมีพร็อพเพอร์ตี้ offers.url
  2. ดูให้แน่ใจว่า URL ของคุณเป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับ URL สำหรับ offers.url
  3. ขอให้ Google รวบรวมข้อมูลเว็บไซต์ของคุณอีกครั้ง
  4. ส่งคำขอให้ประเมินผล (อีกครั้ง)