เพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้างลงในประกาศรับสมัครงาน

ปรับปรุงประสบการณ์การหางานให้ดีขึ้นได้ด้วยการเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ลงในหน้าเว็บประกาศรับสมัครงาน การเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้างช่วยให้ประกาศรับสมัครงานของคุณมีสิทธิ์แสดงในประสบการณ์พิเศษของผู้ใช้ในผลการค้นหาของ Google Search คุณยังผสานรวมกับ Google โดยใช้เว็บไซต์รับสมัครงานของบุคคลที่สามได้ด้วย

ตัวอย่างประกาศรับสมัครงานในผลการค้นหา

ฟีเจอร์นี้มีข้อดีหลายประการสำหรับนายจ้างและเจ้าของเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับงานดังนี้

  • ผลการค้นหาที่เป็นแบบอินเทอร์แอกทีฟมากขึ้น: ประกาศรับสมัครงานของคุณอาจมีสิทธิ์แสดงในประสบการณ์การค้นหางานใน Google โดยมีทั้งโลโก้ รีวิว การให้คะแนน และรายละเอียดของตำแหน่งงาน
  • ดึงดูดผู้สมัครที่สนใจได้มากยิ่งขึ้น: ประสบการณ์ของผู้ใช้แบบใหม่ช่วยให้ผู้หางานกรองตามเกณฑ์ต่างๆ ได้ เช่น สถานที่ทำงานหรือตำแหน่งงาน ซึ่งช่วยให้คุณดึงดูดผู้สมัครที่มองหางานในตำแหน่งนั้นจริงๆ
  • เพิ่มโอกาสในการค้นพบและ Conversion: ผู้หางานจะมีพื้นที่ใหม่ไว้โต้ตอบกับประกาศและคลิกผ่านไปยังเว็บไซต์ของคุณได้

วิธีเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้าง

ข้อมูลที่มีโครงสร้างคือรูปแบบมาตรฐานในการแจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหน้าและจำแนกประเภทเนื้อหาของหน้า หากคุณเพิ่งใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้างเป็นครั้งแรก โปรดดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของข้อมูลที่มีโครงสร้าง

ต่อไปนี้เป็นภาพรวมเกี่ยวกับวิธีสร้าง ทดสอบ และเผยแพร่ข้อมูลที่มีโครงสร้าง ดูคำแนะนำทีละขั้นตอนเกี่ยวกับวิธีเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้างลงในหน้าเว็บได้ใน Codelab สำหรับข้อมูลที่มีโครงสร้าง

  1. ตรวจสอบว่าการตั้งค่าการโหลดของโฮสต์อนุญาตให้รวบรวมข้อมูลบ่อยๆ ได้
  2. หากคุณมีสำเนาประกาศรับสมัครงานเดียวกันหลายรายการในเว็บไซต์ที่โฮสต์ไว้ภายใต้ URL ที่ต่างกัน ให้ใช้ Canonical URL ในสำเนาแต่ละรายการของหน้า
  3. เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็นและแนะนำ ดูตำแหน่งการแทรกข้อมูลที่มีโครงสร้างในหน้าเว็บตามรูปแบบที่คุณใช้อยู่
  4. ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทางเทคนิคและนโยบายเนื้อหาของประกาศรับสมัครงาน
  5. ตรวจสอบความถูกต้องของโค้ดโดยใช้การทดสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ นอกจากนี้คุณยังแสดงตัวอย่างข้อมูลที่มีโครงสร้างของคุณใน Google Search เพื่อดูว่ามีลักษณะเป็นอย่างไรได้อีกด้วย
  6. ทำให้หน้าบางหน้าที่มีข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้และใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อทดสอบว่า Google เห็นหน้าในลักษณะใด ตรวจสอบว่า Google เข้าถึงหน้าดังกล่าวได้และไม่มีการบล็อกหน้าด้วยไฟล์ robots.txt, แท็ก noindex หรือข้อกำหนดให้เข้าสู่ระบบ หากหน้าเว็บดูถูกต้องดีแล้ว ก็ขอให้ Google รวบรวมข้อมูล URL อีกครั้งได้
  7. แจ้งให้ Google ทราบโดยทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • ใช้ Indexing API เพื่อแจ้ง Google เกี่ยวกับ URL ใหม่ๆ ที่จะรวบรวมข้อมูลหรือแจ้งว่าเนื้อหาใน URL หนึ่งๆ มีการอัปเดต
    • หากคุณไม่ได้ใช้ Indexing API ให้ส่งแผนผังเว็บไซต์ใหม่ให้ Google โดยส่งคำขอ GET ไปยัง URL ต่อไปนี้
      http://www.google.com/ping?sitemap=location_of_sitemap

      ตัวอย่างเช่น

      http://www.google.com/ping?sitemap=http://www.example.com/sitemap.xml

      เรานำเข้าแผนผังเว็บไซต์ทั้งแผนผังและรวบรวมข้อมูลหน้าต่างๆ อีกครั้ง ซึ่งมีเวลา lastmod ที่เป็นปัจจุบันมากกว่าเวลาที่มีการรวบรวมข้อมูลหน้าเหล่านั้นครั้งล่าสุด

ตัวอย่าง

ประกาศรับสมัครงานมาตรฐาน

ต่อไปนี้คือตัวอย่างประกาศรับสมัครงานรายการหนึ่งที่ใช้โค้ด JSON-LD


<html>
  <head>
    <title>Software Engineer</title>
    <script type="application/ld+json">
    {
      "@context" : "https://schema.org/",
      "@type" : "JobPosting",
      "title" : "Software Engineer",
      "description" : "<p>Google aspires to be an organization that reflects the globally diverse audience that our products and technology serve. We believe that in addition to hiring the best talent, a diversity of perspectives, ideas and cultures leads to the creation of better products and services.</p>",
      "identifier": {
        "@type": "PropertyValue",
        "name": "Google",
        "value": "1234567"
      },
      "datePosted" : "2017-01-18",
      "validThrough" : "2017-03-18T00:00",
      "employmentType" : "CONTRACTOR",
      "hiringOrganization" : {
        "@type" : "Organization",
        "name" : "Google",
        "sameAs" : "http://www.google.com",
        "logo" : "http://www.example.com/images/logo.png"
      },
      "jobLocation": {
      "@type": "Place",
        "address": {
        "@type": "PostalAddress",
        "streetAddress": "1600 Amphitheatre Pkwy",
        "addressLocality": "Mountain View",
        "addressRegion": "CA",
        "postalCode": "94043",
        "addressCountry": "US"
        }
      },
      "baseSalary": {
        "@type": "MonetaryAmount",
        "currency": "USD",
        "value": {
          "@type": "QuantitativeValue",
          "value": 40.00,
          "unitText": "HOUR"
        }
      }
    }
    </script>
  </head>
  <body>
  </body>
</html>

ประกาศรับสมัครงานที่ทำจากบ้าน

ต่อไปนี้คือตัวอย่างงานประกาศรับสมัครงานที่ทำจากบ้านที่ใช้โค้ด JSON-LD


<html>
  <head>
    <title>Software Engineer</title>
    <script type="application/ld+json">
    {
      "@context" : "https://schema.org/",
      "@type" : "JobPosting",
      "title" : "Software Engineer",
      "description" : "<p>Google aspires to be an organization that reflects the globally diverse audience that our products and technology serve. We believe that in addition to hiring the best talent, a diversity of perspectives, ideas and cultures leads to the creation of better products and services.</p>",
      "identifier": {
        "@type": "PropertyValue",
        "name": "Google",
        "value": "1234567"
      },
      "datePosted" : "2017-01-18",
      "validThrough" : "2017-03-18T00:00",
      "applicantLocationRequirements": {
        "@type": "Country",
        "name": "USA"
      },
      "jobLocationType": "TELECOMMUTE",
      "employmentType": "FULL_TIME",
      "hiringOrganization" : {
        "@type" : "Organization",
        "name" : "Google",
        "sameAs" : "http://www.google.com",
        "logo" : "http://www.example.com/images/logo.png"
      },
      "baseSalary": {
        "@type": "MonetaryAmount",
        "currency": "USD",
        "value": {
          "@type": "QuantitativeValue",
          "value": 40.00,
          "unitText": "HOUR"
        }
      }
    }
    </script>
  </head>
  <body>
  </body>
</html>

นำประกาศรับสมัครงานออก

หากต้องการนำประกาศรับสมัครงานที่ไม่ได้ใช้งานแล้วออก ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ตรวจสอบว่ามีการนำหน้าเว็บออกแล้วโดยทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • ดูแลให้มีการสร้างพร็อพเพอร์ตี้ validThrough และค่าในพร็อพเพอร์ตี้อยู่ในอดีต
    • นำออกทั้งหน้า (เพื่อให้แสดงรหัสสถานะ 404 หรือ 410 เมื่อมีการขอหน้านี้)
    • นำข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ออกจากหน้า
  2. แจ้งให้ Google ทราบโดยทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • ใช้ Indexing API เพื่อขอให้นำ URL ประกาศรับสมัครงานออกจากดัชนีของ Google Search
    • หากคุณไม่ได้ใช้ Indexing API ให้ส่งแผนผังเว็บไซต์ใหม่ให้ Google โดยส่งคำขอ GET ไปยัง URL ต่อไปนี้
      http://www.google.com/ping?sitemap=location_of_sitemap

      ตัวอย่างเช่น

      http://www.google.com/ping?sitemap=http://www.example.com/sitemap.xml

      เรานำเข้าแผนผังเว็บไซต์ทั้งแผนผังและรวบรวมข้อมูลหน้าต่างๆ อีกครั้ง ซึ่งมีเวลา lastmod ที่เป็นปัจจุบันมากกว่าเวลาที่มีการรวบรวมข้อมูลหน้าเหล่านั้นครั้งล่าสุด

มาร์กอัปงานที่ทำจากบ้าน

จากการระบาดของโรคโควิด-19 ล่าสุดที่มีผลกระทบต่อธุรกิจและการจ้างงาน Google พบว่าผู้หางานสนใจตำแหน่งงานที่ทำจากบ้านและจากระยะไกลกันมากขึ้น เราขอแนะนำให้คุณเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้างลงในงานที่ทำจากบ้านเพื่อให้ผู้หางานค้นพบตัวเลือกการจ้างงานที่เกี่ยวข้องได้ง่ายขึ้น

งานที่ทำจากบ้านจะปรากฏใน Google Search ในลักษณะต่อไปนี้

ตัวอย่างประกาศรับสมัครงานที่ทำจากบ้านในผลการค้นหา

คุณยังลองดูใน Google Search ได้ด้วย โดยค้นหาดังนี้

งานที่ทำจากบ้าน

พร็อพเพอร์ตี้ 3 รายการต่อไปนี้ช่วยให้ Google เข้าใจว่างานใดทำจากบ้านได้

  • jobLocationType: ใช้พร็อพเพอร์ตี้นี้เพื่อระบุว่างานนั้นเป็นงานที่ทำจากบ้าน
  • applicantLocationRequirements: ใช้พร็อพเพอร์ตี้นี้เพื่อระบุสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่พนักงานอาจไปอยู่สำหรับงานที่ทำจากบ้าน ต้องระบุอย่างน้อย 1 ประเทศ
  • jobLocation: ใช้พร็อพเพอร์ตี้นี้เพื่อระบุสถานที่ตั้งจริงที่จะไปทำงานนั้นได้ คุณไม่จำเป็นต้องใช้พร็อพเพอร์ตี้นี้หากไม่มีสถานที่ตั้งจริงที่จะไปทำงานได้ (เช่น สำนักงานหรือสถานที่ก่อสร้าง)

ตัวอย่างสถานการณ์ทั่วไปที่คุณควรมาร์กอัปงานที่ทำจากบ้านมีดังนี้

  • งานนี้ทำจากที่บ้านได้ แต่มีข้อจำกัดของตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่พนักงานต้องอยู่เพื่อให้ทำงานได้ พนักงานไม่จำเป็นต้องไปที่สถานที่ตั้งหรือสำนักงานจริง ใช้ applicantLocationRequirements และ jobLocationType
    "applicantLocationRequirements": {
      "@type": "Country",
      "name": "USA"
    },
    "jobLocationType": "TELECOMMUTE"
  • งานนี้ทำได้ที่สถานที่ทำงานจริงในเมืองดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน หรือทำที่บ้านซึ่งอยู่ในสหรัฐฯ ใช้ jobLocation และ jobLocationType
    "jobLocation": {
      "@type": "Place",
      "address": {
        "@type": "PostalAddress",
        "addressLocality": "Detroit",
        "addressRegion": "MI",
        "addressCountry": "US"
      }
     },
    "jobLocationType": "TELECOMMUTE"
  • งานนี้ทำได้ที่สถานที่ทำงานจริงในเมืองดีทรอยต์ หรือทำที่บ้านซึ่งอยู่ในรัฐมิชิแกนหรือเท็กซัส ใช้ jobLocation, jobLocationType และ applicantLocationRequirements
    "jobLocation": {
      "@type": "Place",
      "address": {
        "@type": "PostalAddress",
        "streetAddress": "555 Clancy St",
        "addressLocality": "Detroit",
        "addressRegion": "MI",
        "postalCode": "48201",
        "addressCountry": "US"
      }
     },
    "applicantLocationRequirements": [{
        "@type": "State",
        "name": "Michigan, USA"
     },{
        "@type": "State",
        "name": "Texas, USA"
     }],
    "jobLocationType": "TELECOMMUTE"

Google ใช้รูปโลโก้ประกาศรับสมัครงานเดียวกันกับรูปที่แสดงในการ์ดกราฟความรู้ของบริษัท คุณขอให้เปลี่ยนได้หากต้องการใช้โลโก้อื่น หรือระบุโลโก้ที่ต้องการ (ทั้งสำหรับการ์ดความรู้ของ Google และประกาศรับสมัครงานของบริษัท) โดยใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้าง

หากคุณมีเว็บไซต์รับสมัครงานของบุคคลที่สาม อาจใช้โลโก้อื่นสำหรับองค์กรนั้นๆ ซึ่งไม่ใช่รูปที่แสดงในการ์ดความรู้ของ Google ขององค์กร Google จะเลือกโลโก้ที่ดีที่สุดเพื่อแสดงในผลการค้นหาของ Search ไม่ว่าจะเป็นโลโก้การ์ดความรู้หรือโลโก้ hiringOrganization พร็อพเพอร์ตี้ logo แสดงได้เฉพาะในเว็บไซต์งานของคุณ และไม่ถือว่าเป็นโลโก้ Canonical ขององค์กร ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ใน hiringOrganization

หลักเกณฑ์ทางเทคนิค

  • ใส่ข้อมูลที่มีโครงสร้างในหน้าที่มีรายละเอียดมากที่สุด อย่าเพิ่มข้อมูลที่มีโครงสร้างลงในหน้าเว็บที่ใช้แสดงตำแหน่งงาน (เช่น หน้าผลการค้นหา) แต่ให้ใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้างกับหน้าที่เจาะจงที่สุดซึ่งอธิบายตำแหน่งงาน 1 งานด้วยข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
  • เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ JobPosting สำหรับประกาศรับสมัครงานแต่ละรายการที่คุณต้องการโฆษณา ข้อมูลที่มีโครงสร้างควรปรากฏในหน้าเดียวกันกับคำอธิบายตำแหน่งงานที่ผู้หางานอ่านจากเบราว์เซอร์ของตนได้
  • พร็อพเพอร์ตี้ส่วนใหญ่ควรเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในหน้าเว็บประกาศรับสมัครงาน เว้นแต่คำอธิบายจะระบุไว้อย่างเจาะจงว่าเพิ่มได้มากกว่า 1 ครั้ง
  • หากคุณเลือกใช้แผนผังไซต์เพื่อให้ Google ทราบเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงใน URL ประกาศรับสมัครงาน ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทั่วไปสำหรับแผนผังไซต์ นอกจากนี้หลักเกณฑ์แผนผังเว็บไซต์ดังต่อไปนี้ยังใช้กับ URL ประกาศรับสมัครงานด้วย

    • ตรวจสอบว่า Googlebot เข้าถึง URL ในแผนผังเว็บไซต์ได้ ตรวจสอบว่า URL ที่คุณระบุในแผนผังเว็บไซต์ไม่ได้อยู่หลังไฟร์วอลล์หรือถูกไฟล์ robots.txt บล็อกไว้
    • ใช้เวลาที่แม่นยำที่สุดเท่าที่ทำได้สำหรับค่า <lastmod> (แผนผังเว็บไซต์), <pubDate> (RSS) หรือ <updated> (Atom) เพื่อระบุเวลาที่เพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงหน้าเว็บ ค่านี้ควรเป็นเวลาล่าสุดที่มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาใน URL คุณต้องใช้เวลาที่แม่นยำเพราะแบนด์วิดท์การรวบรวมข้อมูลมีจำกัด และเวลาที่แม่นยำจะช่วยให้เราไม่ต้องรวบรวมข้อมูลหน้าที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง นอกจากนี้ ยิ่ง Google ต้องรวบรวมข้อมูลจากหน้าของคุณมากเท่าใด ก็ยิ่งต้องเพิ่มโหลดให้เซิร์ฟเวอร์ของคุณมากขึ้นเท่านั้น
    • อย่ารวมหน้าผลการค้นหา หน้ารายการ หรือหน้าแบบไดนามิกอื่นๆ ในแผนผังเว็บไซต์
    • URL ในแผนผังเว็บไซต์ควรมีหน้า Canonical ของประกาศรับสมัครงานแต่ละรายการ

นโยบายเนื้อหาของประกาศรับสมัครงาน

เราสร้างนโยบายเนื้อหาของประกาศรับสมัครงานเพื่อให้ผู้ใช้ได้พบกับงานที่เปิดรับอยู่ สอดคล้องกับความต้องการ และสมัครได้ง่าย ประกาศรับสมัครงานยังต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทั่วไปเกี่ยวกับข้อมูลที่มีโครงสร้างและหลักเกณฑ์ด้านคุณภาพของผู้ดูแลเว็บด้วย หากพบเนื้อหาที่ละเมิดนโยบายเหล่านี้ เราจะดำเนินการตามความเหมาะสม ซึ่งอาจรวมถึงการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่และการนำประกาศรับสมัครงานออกจากการค้นหางานใน Google

เนื้อหาไม่มีความเกี่ยวข้อง

ใช้มาร์กอัป JobPosting ในหน้าเว็บที่มีประกาศรับสมัครงานเดี่ยวๆ เท่านั้น เราไม่อนุญาตให้ใช้มาร์กอัป JobPosting ในหน้าอื่น รวมถึงหน้าเว็บที่ไม่แสดงตำแหน่งงานใดๆ เลย

เนื้อหาไม่สมบูรณ์

เราไม่อนุญาตให้เผยแพร่ประกาศรับสมัครงานที่มีคำอธิบายงานที่ไม่ครบถ้วน

การสื่อให้เข้าใจผิด

เราไม่อนุญาตให้เผยแพร่ประกาศรับสมัครงานที่พยายามแอบอ้างบุคคลหรือองค์กรอื่น หรือมีส่วนร่วมในกิจกรรมที่มีเป้าหมายในการหลอกลวง ฉ้อฉล หรือทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิด ซึ่งรวมถึงการกล่าวเป็นนัยด้วยความเท็จว่าเป็นพาร์ทเนอร์กับหรือได้รับการรับรองโดยบุคคลหรือองค์กรอื่น และยังรวมถึงการใช้หลายบัญชีเพื่อหลบเลี่ยงนโยบายของเรา หลีกเลี่ยงการบล็อก หรือลบล้างข้อจำกัดใดๆ ที่ใช้กับบัญชีของคุณ

ตัวอย่างการละเมิดนโยบาย ได้แก่

  • งานหรือเนื้อหาที่นำเสนอนายจ้างในทางที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นความจริง หรือไม่ตรงไปตรงมา
  • ประกาศรับสมัครงานสำหรับงานปลอมหรืองานที่ไม่มีอยู่จริง รวมถึงประกาศรับสมัครงานที่มีจุดประสงค์หลักในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัคร แทนที่จะว่าจ้างผู้สมัครเหล่านี้
  • ตำแหน่งงาน คำอธิบาย และรายละเอียดอื่นๆ ของงานที่มีการใช้คีย์เวิร์ดในทางที่ผิดเพื่อควบคุมการจัดอันดับการค้นหา
  • การให้ข้อมูลตำแหน่งที่เป็นเท็จซึ่งไม่ตรงกับตำแหน่งจริงของงาน
  • ประกาศรับสมัครงานในนามขององค์กรหรือบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต

คำหยาบคายและภาษาที่ไม่เหมาะสม

เราไม่อนุญาตให้เผยแพร่ประกาศรับสมัครงานที่มีภาษาลามก หยาบคาย หรือไม่เหมาะสม

โฆษณาที่แฝงมาในรูปแบบประกาศรับสมัครงาน

เราไม่อนุญาตให้เผยแพร่เนื้อหาโปรโมชันที่แฝงมาในรูปแบบประกาศรับสมัครงาน เช่น เนื้อหาที่โพสต์โดยบุคคลที่สาม (เช่น โปรแกรมแอฟฟิลิเอต)

หาก Google ได้รับการร้องเรียนว่าเนื้อหาในประกาศรับสมัครงานอาจละเมิดกฎหมาย เราจะจัดการประกาศรับสมัครงานตามนโยบายของ Search

ประกาศรับสมัครงานที่หมดอายุแล้ว

เราไม่อนุญาตให้เผยแพร่ประกาศรับสมัครงานที่หมดอายุแล้ว คุณควรลบประกาศรับสมัครงานที่หมดอายุแล้วออกจากเว็บไซต์ หากไม่ต้องการนำออก โปรดตรวจสอบว่าคุณสร้างพร็อพเพอร์ตี้ validThrough แล้วและค่าในพร็อพเพอร์ตี้อยู่ในอดีต วิธีนี้จะช่วยให้ผู้ค้นหาพบเฉพาะตำแหน่งงานที่ยังเปิดรับคนอยู่

งานที่ไม่มีช่องทางให้สมัครงาน

เราไม่อนุญาตให้เผยแพร่ประกาศรับสมัครงานที่ไม่มีช่องทางให้สมัคร ซึ่งรวมถึง

  • ประกาศรับสมัครงานที่โฆษณากิจกรรม เช่น คำเชิญเข้าร่วมงานมหกรรมอาชีพ
  • ประกาศรับสมัครงานที่ต้องเข้าสู่ระบบเพื่อดูคำอธิบายงาน ผู้ใช้ต้องดูรายละเอียดของประกาศรับสมัครงานได้ทันทีโดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบ

การเก็บประวัติการทำงาน

ผู้เผยแพร่ประกาศจะขอเก็บรวบรวมประวัติการทำงานสำหรับตำแหน่งที่เปิดรับอยู่เท่านั้น เราอาจลบคำขอที่รวบรวมข้อมูลผู้สมัครแต่ไม่ได้เปิดรับสมัครอยู่ในขณะนี้

คำขอทำงาน

ประกาศรับสมัครงานต้องอธิบายตำแหน่งงานที่เปิดรับ รวมทั้งคุณสมบัติที่จำเป็น และระบุข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ที่กำลังมองหางาน เราไม่อนุญาตให้เผยแพร่ประกาศรับสมัครงานซึ่งผู้สมัครงานเสนอว่าตนต้องการทำงาน

ต้องมีการชำระเงิน

เราไม่อนุญาตให้เผยแพร่ประกาศรับสมัครงานที่ผู้สมัครต้องชำระเงิน

เนื้อหาบทบรรณาธิการ

เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้จะเข้าใจเนื้อหาของคุณและสมัครงานได้ง่ายๆ เราจะไม่อนุญาตเนื้อหาที่มีลักษณะเป็นสแปม ซึ่งมีข้อความและรูปภาพที่บดบังเนื้อหา มีโฆษณาที่มากเกินไปและรบกวนความสนใจ หรือเนื้อหาที่ไม่เกิดประโยชน์ใดๆ ต่อประกาศรับสมัครงาน

เราไม่อนุญาตเนื้อหาที่ไม่ถูกหลักไวยากรณ์ เนื้อหาควรถูกต้องตามหลักไวยากรณ์พื้นฐาน และในกรณีที่เป็นภาษาอังกฤษจะต้องใช้อักษรตัวพิมพ์ใหญ่อย่างถูกต้อง หลีกเลี่ยงการเขียนข้อความด้วยตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทั้งหมด และใช้ตัวย่อหรือคำย่อที่เข้าใจกันอย่างกว้างขวางเท่านั้น

คำจำกัดความของประเภทข้อมูลที่มีโครงสร้าง

ส่วนนี้จะอธิบายประเภทข้อมูลที่มีโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับประกาศรับสมัครงาน

คุณต้องใส่พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็นลงในเนื้อหาเพื่อให้มีสิทธิ์แสดงในประสบการณ์ค้นหางานใน Google Search คุณอาจใส่พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำด้วยเพื่อให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเนื้อหา ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น

JobPosting

ดูคำจำกัดความที่สมบูรณ์ของ JobPosting ได้ที่ schema.org/JobPosting

พร็อพเพอร์ตี้ที่จำเป็น
datePosted

Date

วันที่ดั้งเดิมที่นายจ้างโพสต์งาน ในรูปแบบ ISO 8601 เช่น "2017-01-24" หรือ "2017-01-24T19:33:17+00:00"


"datePosted": "2016-02-18"
description

Text

คำอธิบายที่สมบูรณ์ของงานในรูปแบบ HTML

description ควรเป็นการนำเสนอตำแหน่งงานที่สมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงหน้าที่รับผิดชอบในงาน คุณสมบัติ ทักษะ เวลาทำงาน วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ และประสบการณ์การทำงานขั้นต่ำ description ต้องไม่เหมือนกับ title

หลักเกณฑ์เพิ่มเติม

  • ต้องจัดรูปแบบคำอธิบายเป็นแบบ HTML
  • เพิ่มการแบ่งย่อหน้าโดยใช้ <br>, <p> หรือ \n
  • ฟีเจอร์ดังกล่าวยอมรับแท็ก HTML <p>, <ul> และ <li>
  • ฟีเจอร์ไม่ยอมรับแท็กส่วนหัวและแท็กระดับอักขระ เช่น <h1>, <strong> และ <em> แม้ว่าแท็กจะไม่ส่งผลต่อการจัดรูปแบบในฟีเจอร์ แต่คุณใส่ไว้ในหน้าเว็บได้โดยไม่มีผลเสียใดๆ
hiringOrganization

Organization

องค์กรที่เปิดรับสมัครตำแหน่งงานดังกล่าว ควรระบุชื่อบริษัท (เช่น "Starbucks, Inc") และไม่ใช่ชื่อสาขาที่รับสมัคร (เช่น “Starbucks สาขาถนนสุขุมวิท”) ตัวอย่างเช่น


"hiringOrganization": {
  "@type": "Organization",
  "name": "MagsRUs Wheel Company",
  "sameAs": "http://www.magsruswheelcompany.com"
}

โลโก้ในเว็บไซต์รับสมัครงานบุคคลที่สาม

หากคุณมีเว็บไซต์รับสมัครงานของบุคคลที่สาม คุณสามารถใช้โลโก้ขององค์กรนั้นแทนรูปที่แสดงในการ์ดความรู้ของ Google ที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับองค์กร หากต้องการขอโลโก้อื่นสำหรับองค์กรที่เป็นผู้ว่าจ้าง ให้เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้โลโก้ลงในอาร์เรย์ hiringOrganization สําหรับข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting อัตราส่วนกว้างยาวของรูปภาพต้องอยู่ระหว่าง 0.75 ถึง 2.5 ตรวจสอบว่าคุณได้ทำตามหลักเกณฑ์รูปภาพโลโก้และหลักเกณฑ์โลโก้บริษัท ตัวอย่างเช่น


"hiringOrganization": {
  "@type": "Organization",
  "name": "MagsRUs Wheel Company",
  "sameAs": "http://www.magsruswheelcompany.com",
  "logo": "http://www.example.com/images/logo.png"
}
jobLocation

Place

สถานที่ตั้งจริงของธุรกิจที่พนักงานจะรายงานการมาทำงาน (เช่น สำนักงานหรือสถานที่ทำงาน) ซึ่งไม่ใช่สถานที่ที่ประกาศรับสมัครงาน ให้รวมพร็อพเพอร์ตี้ต่างๆ ไว้ให้มากที่สุด ยิ่งคุณระบุพร็อพเพอร์ตี้มากเท่าใด ผู้ใช้ก็จะได้เห็นประกาศรับสมัครงานที่มีคุณภาพสูงขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างเช่น


"jobLocation": {
  "@type": "Place",
  "address": {
    "@type": "PostalAddress",
    "streetAddress": "555 Clancy St",
    "addressLocality": "Detroit",
    "addressRegion": "MI",
    "postalCode": "48201",
    "addressCountry": "US"
  }
}

มีสถานที่ตั้งจริงหลายแห่ง

หากงานมีสถานที่ตั้งหลายแห่ง ให้เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ jobLocation หลายรายการใน 1 อาร์เรย์ Google จะเลือกสถานที่ตั้งที่ดีที่สุดเพื่อแสดงตามคำค้นหาของผู้หางาน

งานระยะไกล

สำหรับงานที่พนักงานอาจหรือต้องทำงานจากระยะไกลเต็มเวลา คุณต้องใช้ jobLocationType แต่ไม่จำเป็นต้องใช้พร็อพเพอร์ตี้ jobLocation หากมี applicantLocationRequirements อยู่

title

Text

ชื่อตำแหน่งงาน (ไม่ใช่ชื่อของประกาศรับสมัครงาน) เช่น "วิศวกรซอฟต์แวร์" หรือ "บาริสต้า" ตัวอย่างเช่น


"title": "Software Engineer"

แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุด

  • พร็อพเพอร์ตี้นี้ควรใส่เฉพาะชื่อตำแหน่งงาน
  • อย่าใส่รหัสงาน ที่อยู่ วันที่ เงินเดือน หรือชื่อบริษัทในพร็อพเพอร์ตี้ title

    ไม่แนะนำ: สมัครเลย ตำแหน่งงานไอที พูดภาษาฝรั่งเศสได้ในบูคาเรสต์

    แนะนำ: ผู้เชี่ยวชาญตลาด พูดภาษาฝรั่งเศสได้

  • ระบุชื่อตำแหน่งที่กระชับและเข้าใจง่าย
  • อย่าใช้สัญลักษณ์พิเศษมากเกินไป เช่น "!" และ "*" เพราะอาจทำให้ระบบคิดว่าข้อมูลที่มีโครงสร้างของคุณเป็นมาร์กอัปแบบมีโครงสร้างที่เป็นสแปม ใช้ตัวเลขและอักขระอย่างเช่น "/" และ "-" ได้

    ไม่แนะนำ: *** รับสมัครงานที่โกดังตอนนี้!! ทำงานใกล้รถไฟฟ้า!! ***

    แนะนำ: พนักงานรับส่งของประจำโกดัง

  • อย่าใช้ name แทน title พร็อพเพอร์ตี้ title และ name ใช้แทนกันไม่ได้
  • หากคุณเป็นเว็บไซต์รับสมัครงานบุคคลที่สาม อย่าพยายามแก้ไขชื่อตำแหน่งงานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ข้างต้น เพราะจะทำให้อ่านชื่อตำแหน่งไม่เข้าใจ ให้ระบุชื่อตำแหน่งตามที่ได้รับจากนายจ้างแทน
validThrough

DateTime

วันที่ที่ประกาศรับสมัครงานหมดอายุในรูปแบบ ISO 8601 เช่น "2017-02-24" หรือ "2017-02-24T19:33:17+00:00" เช่น


"validThrough": "2017-03-18T00:00"

หากประกาศรับสมัครงานไม่มีวันหมดอายุ หรือคุณไม่ทราบว่างานนี้จะหมดอายุเมื่อไร ก็ไม่ต้องระบุพร็อพเพอร์ตี้นี้ หากได้คนทำงานก่อนวันหมดอายุ ให้นำประกาศรับสมัครงานออก

พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ
applicantLocationRequirements

AdministrativeArea

สถานที่ตั้งจริงที่พนักงานอาจไปอยู่เพื่อให้ทำงานจากที่บ้านได้ คำอธิบายงานต้องระบุอย่างชัดเจนว่าผู้สมัครอาจต้องไปอยู่ในสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์บางแห่ง ขอแนะนำให้ใช้พร็อพเพอร์ตี้นี้ในกรณีที่ผู้สมัครอาจต้องไปอยู่ในสถานที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อย่างน้อย 1 แห่ง และงานนี้อาจหรือจำเป็นต้องทำจากระยะไกล 100%

ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงงานที่ทำจากระยะไกลได้ทุกที่ภายในสหรัฐอเมริกา


"applicantLocationRequirements": {
  "@type": "Country",
  "name": "USA"
},
"jobLocationType": "TELECOMMUTE"

ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงงานที่ทำจากระยะไกลในแคนาดาหรือทำจากสถานที่ตั้งจริงในดีทรอยต์ รัฐมิชิแกนก็ได้


"jobLocation": {
  "@type": "Place",
  "address": {
    "@type": "PostalAddress",
    "streetAddress": "555 Clancy St",
    "addressLocality": "Detroit",
    "addressRegion": "MI",
    "postalCode": "48201",
    "addressCountry": "US"
  }
 },
"applicantLocationRequirements": {
    "@type": "Country",
    "name": "Canada"
 },
"jobLocationType": "TELECOMMUTE"
baseSalary

MonetaryAmount

เงินเดือนฐานตามจริงของงานนี้ ตามที่นายจ้างระบุไว้ (ไม่ใช่ค่าโดยประมาณ)

สำหรับ unitText ของ QuantitativeValue ให้ใช้ค่าใดค่าหนึ่งต่อไปนี้ โดยต้องตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก

  • HOUR
  • DAY
  • WEEK
  • MONTH
  • YEAR

เช่น


"baseSalary": {
  "@type": "MonetaryAmount",
  "currency": "USD",
  "value": {
    "@type": "QuantitativeValue",
    "value": 40.00,
    "unitText": "HOUR"
  }
}

หากต้องการระบุช่วงเงินเดือน ให้กำหนด minValueและ maxValue แทนที่จะกำหนด value เพียงรายการเดียว เช่น


"baseSalary": {
  "@type": "MonetaryAmount",
  "currency": "USD",
  "value": {
    "@type": "QuantitativeValue",
    "minValue": 40.00,
    "maxValue": 50.00,
    "unitText": "HOUR"
  }
}
directApply

Boolean

ระบุว่า URL ที่เชื่อมโยงกับประกาศรับสมัครงานเปิดการรับสมัครงานโดยตรงสำหรับงานหรือไม่

เราให้คำจำกัดความประสบการณ์การสมัครโดยตรงว่าเป็นการกระทำที่ต้องดำเนินการโดยผู้ใช้เพื่อสมัครงานใดงานหนึ่ง ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้จะพบกับขั้นตอนการสมัครที่รวดเร็วและไม่ยุ่งยากในหน้าของคุณโดยไม่มีขั้นตอนที่ไม่จำเป็นระหว่างทาง หากผู้ใช้ต้องคลิกสมัคร จากนั้นกรอกแบบฟอร์มสมัครงาน แล้วลงชื่อเข้าใช้หรือลงชื่อเข้าสู่ระบบมากกว่า 1 ครั้งในขั้นตอนการสมัครทั้งหมด นั้นหมายความว่าคุณไม่ได้มอบประสบการณ์การสมัครโดยตรง

คุณมีแนวโน้มที่จะมอบประสบการณ์การสมัครโดยตรงหากคุณมอบประสบการณ์แบบใดแบบหนึ่งต่อไปนี้

  • ผู้ใช้ดำเนินขั้นตอนการสมัครเสร็จสมบูรณ์ในเว็บไซต์ของคุณ
  • เมื่อมาถึงหน้าเว็บของคุณจาก Google ผู้ใช้ไม่ต้องคลิกสมัคร และให้ข้อมูลผู้ใช้มากกว่า 1 ครั้งเพื่อทำการสมัคร
employmentType

Text

ประเภทการว่าจ้าง ตัวอย่างเช่น


"employmentType": "CONTRACTOR"

เลือกค่าต่อไปนี้ 1 ค่าหรือมากกว่า โดยต้องตรงตามตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก

  • FULL_TIME
  • PART_TIME
  • CONTRACTOR
  • TEMPORARY
  • INTERN
  • VOLUNTEER
  • PER_DIEM
  • OTHER

คุณระบุพร็อพเพอร์ตี้ employmentType ได้มากกว่า 1 รายการ ตัวอย่างเช่น


"employmentType": ["FULL_TIME", "CONTRACTOR"]
identifier

PropertyValue

ตัวระบุงานที่ไม่ซ้ำกันขององค์กรที่เป็นผู้ว่าจ้าง

ตัวอย่างเช่น


"identifier": {
  "@type": "PropertyValue",
  "name": "MagsRUs Wheel Company",
  "value": "1234567"
}
jobLocationType

Text

กำหนดค่า TELECOMMUTE ให้พร็อพเพอร์ตี้นี้สำหรับงานที่พนักงานอาจหรือต้องทำงานจากระยะไกลแบบเต็มเวลา (จากบ้านหรือสถานที่อื่นตามต้องการ) นอกเหนือจากการเพิ่ม jobLocationType แล้ว คำอธิบายงานต้องระบุอย่างชัดเจนว่างานดังกล่าวต้องทำจากระยะไกลเต็ม 100% คุณต้องระบุพร็อพเพอร์ตี้ jobLocationType หากงานนั้นต้องทำจากระยะไกล 100%

ข้อกำหนด

  • งานที่ทำเครื่องหมายว่าเป็น TELECOMMUTE ต้องทำจากระยะไกลโดยสมบูรณ์ อย่ามาร์กอัปงานที่อนุญาตให้ทำจากที่บ้านเป็นครั้งคราว งานที่ทำจากระยะไกลที่เจรจาเรื่องผลตอบแทนได้ หรือมีข้อตกลงอื่นที่ไม่ใช่การทำงานจากระยะไกล 100% งานที่มีลักษณะไม่จ้างลูกจ้างประจำ (Gig Economy) ไม่ได้บ่งชี้ว่าเป็นงานที่ทำจากระยะไกลหรือไม่
  • คุณต้องระบุประเทศที่ผู้สมัครมีสิทธิ์ทำงานจากประเทศนั้นอย่างน้อย 1 ประเทศโดยใช้ applicantLocationRequirements (แนะนำ) หรือกำหนดค่าเริ่มต้นเป็นประเทศของ jobLocation (หากมีตัวเลือกให้ทำงานในสถานที่ตั้งจริงด้วย) ถ้างานระยะไกลไม่มี applicantLocationRequirements Google จะแสดงงานนั้นแก่ทุกคนในประเทศที่ระบุไว้ใน jobLocation

ตัวอย่างต่อไปนี้แสดงให้เห็นว่าพนักงานจะรายงานการมาทำงานได้ที่สถานที่ทำงานที่ตั้งอยู่ในเมืองทูซอน รัฐแอริโซนา หรือจะทำงานจากระยะไกลภายในสหรัฐอเมริกาก็ได้


"jobLocation": {
  "@type": "Place",
  "address": {
    "@type": "PostalAddress",
    "addressLocality": "Tucson",
    "addressRegion": "AZ",
    "addressCountry": "US"
  }
 },
"jobLocationType": "TELECOMMUTE"

พร็อพเพอร์ตี้การศึกษาและประสบการณ์ (เบต้า)

นอกจากพอร์พเพอร์ตี้ JobPosting ที่แนะนำแล้ว คุณยังเพิ่มพร็อพเพอร์ตี้เบต้าต่อไปนี้ได้เพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับการศึกษาและประสบการณ์ในประกาศรับสมัครงาน เนื่องจากเรายังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาวิธีที่เราใช้ข้อมูลนี้ คุณอาจไม่เห็นลักษณะที่ปรากฏหรือผลลัพธ์ใน Google Search โดยทันที

นี่คือตัวอย่างของประกาศรับสมัครงานที่กำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำเป็นการศึกษาระดับปริญญาตรีและประสบการณ์ 3 ปี


<html>
  <head>
    <title>Software Engineer</title>
    <script type="application/ld+json">
    {
      "@context" : "https://schema.org/",
      "@type" : "JobPosting",
      "title" : "Software Engineer",
      "educationRequirements" : {
        "@type" : "EducationalOccupationalCredential",
        "credentialCategory" : "bachelor degree"
      },
      "experienceRequirements" : {
        "@type" : "OccupationalExperienceRequirements",
        "monthsOfExperience" : "36"
      },
      "description" : "<p>Google aspires to be an organization that reflects the globally diverse audience that our products and technology serve. We believe that in addition to hiring the best talent, a diversity of perspectives, ideas and cultures leads to the creation of better products and services.</p>",
      "identifier": {
        "@type": "PropertyValue",
        "name": "Google",
        "value": "1234567"
      },
      "datePosted" : "2017-01-18",
      "validThrough" : "2017-03-18T00:00",
      "employmentType" : "CONTRACTOR",
      "hiringOrganization" : {
        "@type" : "Organization",
        "name" : "Google",
        "sameAs" : "http://www.google.com",
        "logo" : "http://www.example.com/images/logo.png"
      },
      "jobLocation": {
        "@type": "Place",
        "address": {
        "@type": "PostalAddress",
        "streetAddress": "1600 Amphitheatre Pkwy",
        "addressLocality": ", Mountain View",
        "addressRegion": "CA",
        "postalCode": "94043",
        "addressCountry": "US"
        }
      },
     "baseSalary": {
        "@type": "MonetaryAmount",
        "currency": "USD",
        "value": {
          "@type": "QuantitativeValue",
          "value": 40.00,
          "unitText": "HOUR"
        }
      }
    }
    </script>
  </head>
  <body>
  </body>
</html>
พร็อพเพอร์ตี้ที่แนะนำ (เบต้า)
educationRequirements

EducationalOccupationalCredential หรือ Text

ประวัติการศึกษาที่จำเป็นสำหรับประกาศรับสมัครงาน หากไม่มีข้อกำหนดด้านการศึกษา ให้ใช้ค่า no requirements อย่าระบุพร็อพเพอร์ตี้นี้หากไม่ทราบข้อกำหนดด้านการศึกษา

educationRequirements.credentialCategory

EducationalOccupationalCredential หรือ Text

ระดับการศึกษาที่จำเป็นสำหรับประกาศรับสมัครงาน พร็อพเพอร์ตี้นี้ใช้ซ้ำในอาร์เรย์ได้ ใช้ค่าใดค่าหนึ่งต่อไปนี้

  • high school
  • associate degree
  • bachelor degree
  • professional certificate
  • postgraduate degree

นอกเหนือจากการเพิ่มพร็อพเพอร์ตี้นี้แล้ว คุณยังต้องอธิบายข้อกำหนดด้านการศึกษาในพร็อพเพอร์ตี้ description ต่อไปด้วย

experienceRequirements

OccupationalExperienceRequirements หรือ Text

ประสบการณ์ที่จำเป็นสำหรับประกาศรับสมัครงาน หากไม่มีข้อกำหนด ให้ใช้ค่า no requirements

นอกเหนือจากการเพิ่มพร็อพเพอร์ตี้นี้แล้ว คุณยังต้องอธิบายข้อกำหนดด้านประสบการณ์ในพร็อพเพอร์ตี้ description ต่อไปด้วย

experienceRequirements.monthsOfExperience

Number

จํานวนเดือนขั้นต่ำของประสบการณ์สำหรับประกาศรับสมัครงาน

หากมีข้อกําหนดด้านประสบการณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้น ให้ใช้ประสบการณ์ที่เป็นระยะเวลาขั้นต่ำที่จำเป็นสำหรับผู้สมัครคนหนึ่งๆ เช่น

  • เคยเป็นเชฟ 12 เดือนหรือเคยเป็นผู้ช่วยเชฟ 24 เดือน ซึ่งหมายความว่าผู้สมัครอาจมีประสบการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งจากคุณสมบัติที่จำเป็น 2 รายการและข้อกำหนดขั้นต่ำคือ 12 เดือน
  • เคยเป็นเชฟ 12 เดือนและเคยเป็นผู้ช่วยเชฟ 24 เดือน ซึ่งหมายความว่าผู้สมัครต้องตรงตามข้อกำหนดที่ระบุทั้งหมดและข้อกำหนดขั้นต่ำคือ 24 เดือน
experienceInPlaceOfEducation

บูลีน

หากตั้งค่าเป็น "จริง" พร็อพเพอร์ตี้นี้จะระบุว่าประกาศรับสมัครงานจะยอมรับประสบการณ์แทนคุณสมบัติทางการศึกษาอย่างเป็นทางการหรือไม่ หากตั้งค่าเป็น "จริง" คุณต้องใส่ทั้งพร็อพเพอร์ตี้ experienceRequirements และ educationRequirements

การแก้ปัญหา

หากประสบปัญหาในการใช้หรือแก้ไขข้อบกพร่องของข้อมูลที่มีโครงสร้าง โปรดดูแหล่งข้อมูลต่อไปนี้ซึ่งอาจช่วยคุณได้

หากประกาศรับสมัครงานของคุณไม่ปรากฏในผลการค้นหางานหรือคุณได้รับการดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่สำหรับมาร์กอัปแบบมีโครงสร้างที่เป็นสแปมใน Search Console ให้ลองแก้ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดตามรายการด้านล่าง หากยังประสบปัญหาอยู่ โปรดอ่านหลักเกณฑ์ของเรา

ข้อมูลที่มีโครงสร้างอยู่ในหน้าที่ไม่ถูกต้อง

สาเหตุของปัญหา: หน้าตำแหน่งงาน (หน้าผลการค้นหาที่มีประกาศรับสมัครงานอย่างน้อย 1 รายการ) มีข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ในหน้า ข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ต้องอยู่ในหน้าประกาศรับสมัครงานเท่านั้น (หน้าที่มีตำแหน่งงานเดียวและไม่ใช่หน้าผลการค้นหา) คุณอาจได้รับข้อความจาก Search Console ว่า "การละเมิดนโยบายข้อมูลที่มีโครงสร้าง - หน้ารายชื่อต้องไม่มีข้อมูลที่มีโครงสร้างของแต่ละงาน"

แก้ปัญหา

  1. นำข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ออกจากหน้ารายชื่อ วางข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ในหน้าที่มีไว้สำหรับประกาศรับสมัครงานเดี่ยวๆ เท่านั้น
  2. เมื่อแก้ปัญหาแล้ว ให้ส่งเว็บไซต์เข้ามารับการพิจารณาอีกครั้ง

เนื้อหาไม่ตรงกับข้อมูลที่มีโครงสร้าง

สาเหตุของปัญหา: หน้าเว็บมีเนื้อหาที่ไม่ตรงกับข้อมูลที่มีโครงสร้างในหน้า เช่น ชื่อของตำแหน่งงานในหน้าไม่ตรงกับค่าที่แสดงในพร็อพเพอร์ตี้ title นอกจากนี้อาจมีเนื้อหาที่เป็นสแปม เช่น ชื่อและคำอธิบายแบบคลิกเบต ตำแหน่งงานดูเป็นข้อมูลเท็จ หรือประกาศรับสมัครงานไม่ได้นำเสนอตำแหน่งงานจริง ดูรายการตัวอย่างทั้งหมดได้ในนโยบายเนื้อหาของเรา คุณอาจได้รับข้อความจาก Search Console ว่า "การละเมิดนโยบายข้อมูลที่มีโครงสร้าง - พบว่าเนื้อหาในหน้าต่างจากข้อมูลที่มีโครงสร้างในหน้า"

แก้ปัญหา

  1. ยืนยันว่าข้อมูลที่มีโครงสร้างสอดคล้องกับเนื้อหาจริงในหน้านำเสนอตำแหน่งงานที่จะต้องทำ และไม่ทำให้ผู้ใช้เข้าใจผิด
  2. ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อตรวจสอบว่าเนื้อหามองเห็นได้ในหน้าที่แสดงผล (Googlebot จะเห็นหน้าของคุณเป็นหน้าที่แสดงผล)
  3. เมื่อแก้ปัญหาแล้ว ให้ส่งเว็บไซต์เข้ามารับการพิจารณาอีกครั้ง

ตำแหน่งงานที่หมดอายุยังเผยแพร่อยู่

สาเหตุของปัญหา: เมื่อค้นหางานใน Google ผู้ใช้ยังคงเข้าถึงหน้าเว็บนั้นได้ แม้ว่าตำแหน่งงานจะหมดอายุแล้ว ปัญหาดังกล่าวมักจะเกิดจากสาเหตุดังต่อไปนี้

  • ไม่มีพร็อพเพอร์ตี้ validThrough หรือไม่ได้ตั้งค่าให้อยู่ในอดีต
  • หน้านี้ยังคงเผยแพร่อยู่
  • ขั้นตอนตัวเลือกการสมัครของประกาศรับสมัครงานนำทางไปยังหน้าประกาศรับสมัครงานที่หมดอายุ
  • ข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ยังปรากฏในหน้าอยู่ แม้ว่างานจะหมดอายุไปแล้ว

คุณอาจได้รับข้อความจาก Search Console ว่า "การละเมิดนโยบายข้อมูลที่มีโครงสร้าง - ข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ในตำแหน่งงานที่หมดอายุไปแล้ว"

แก้ปัญหา

  1. นำประกาศรับสมัครงานที่หมดอายุออกโดยทำอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
    • ดูแลให้มีการสร้างพร็อพเพอร์ตี้ validThrough และค่าในพร็อพเพอร์ตี้อยู่ในอดีต
    • นำออกทั้งหน้า (เพื่อให้แสดงรหัสสถานะ 404 หรือ 410 เมื่อมีการขอหน้านี้)
    • นำข้อมูลที่มีโครงสร้าง JobPosting ออกจากหน้า
  2. แจ้งให้ Google ทราบโดยใช้ Indexing API หากคุณไม่ได้ใช้ Indexing API ให้ส่งแผนผังเว็บไซต์ใหม่ไปยัง Google โดยส่งคำขอ GET ไปที่ URL ต่อไปนี้
    http://www.google.com/ping?sitemap=location_of_sitemap
  3. เมื่อแก้ปัญหาแล้ว ให้ส่งเว็บไซต์เข้ามารับการพิจารณาอีกครั้ง

ไม่มีตัวเลือกการสมัคร

สาเหตุของปัญหา: ไม่มีช่องทางให้ผู้ใช้สมัครงานในหน้าประกาศรับสมัครงาน คุณอาจได้รับข้อความจาก Search Console ว่า "การละเมิดนโยบายข้อมูลที่มีโครงสร้าง - ส่งใบสมัครในหน้ารับสมัครงานไม่ได้"

แก้ปัญหา

  1. ตรวจสอบว่ามีวิธีสมัครงานให้ผู้ใช้ในหน้า
  2. เมื่อแก้ปัญหาแล้ว ให้ส่งเว็บไซต์เข้ามารับการพิจารณาอีกครั้ง

โลโก้ไม่ถูกต้อง

สาเหตุของปัญหา: เว็บไซต์ไม่มีการ์ดความรู้ของ Google หรือการ์ดความรู้แสดงโลโก้ที่ไม่ถูกต้องของเว็บไซต์ Google ใช้รูปโลโก้ประกาศรับสมัครงานเดียวกันกับรูปที่แสดงในการ์ดความรู้ของบริษัท ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่ Google เลือกโลโก้ได้ที่อัปเดตโลโก้บริษัทของคุณ

แก้ปัญหา

วิธีแก้ปัญหามีด้วยกัน 2 วิธี ดังนี้

  • ตรวจสอบว่าคุณระบุโลโก้ที่ถูกต้องด้วยพร็อพเพอร์ตี้ hiringOrganization.logo ตรวจสอบว่าอัตราส่วนกว้างยาวของรูปภาพอยู่ระหว่าง 0.75 ถึง 2.5 การอัปเดตข้อมูลที่มีโครงสร้างจะเร็วกว่าการอัปเดตการ์ดความรู้ของ Google และคุณไม่จำเป็นต้องผ่านการยืนยันสำหรับการ์ดความรู้
  • แนะนำการเปลี่ยนแปลงในการ์ดความรู้ การอัปเดตการ์ดความรู้ให้คุณควบคุมได้มากขึ้นว่าองค์กรจะปรากฏให้เห็นอย่างไรใน Google แต่อาจใช้เวลาอัปเดตนานกว่า หากต้องการแก้ปัญหาโลโก้อย่างรวดเร็ว ให้เพิ่มพร็อพเพอร์ตี้ hiringOrganization.logo

สถานที่ทำงานขาดหายไปหรือไม่ถูกต้อง

สาเหตุของปัญหา: Googlebot ไม่เข้าใจค่าที่ระบุไว้ของพร็อพเพอร์ตี้ jobLocation, addressLocality หรือ addressRegion Google พยายามจับคู่ข้อมูลตำแหน่งกับสถานที่ตั้งจริงและตำแหน่งที่ระบุขาดหายไปหรือไม่ถูกต้อง

แก้ปัญหา

  1. ตรวจสอบว่าข้อมูลที่มีโครงสร้างมีค่าสำหรับ jobLocation, addressLocality หรือ addressRegion (ขึ้นอยู่กับสถานที่ทำงาน พร็อพเพอร์ตี้ตำแหน่งบางอย่างอาจไม่เกี่ยวข้อง)
  2. ตรวจสอบความถูกต้องของการแก้ปัญหาเกี่ยวกับสถานที่ทำงานโดยทำดังนี้
    1. เปิดการทดสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์
    2. ป้อน URL ประกาศรับสมัครงานในช่องดึงข้อมูล URL
    3. คลิกตรวจสอบ
    4. คลิกดูตัวอย่าง

      สำเร็จ: การทดสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์แสดงสถานที่ทำงานที่ถูกต้องในเครื่องมือแสดงตัวอย่างของ Google Search

      ลองอีกครั้ง: การทดสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์แสดง "เท็จ" ในตำแหน่งที่ควรจะเป็นสถานที่ทำงานในเครื่องมือแสดงตัวอย่างของ Google Search ตรวจสอบว่าตำแหน่งนั้นเป็นสถานที่ที่มีอยู่จริง

ตรวจสอบผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ด้วย Search Console

Search Console เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการตรวจสอบประสิทธิภาพของหน้าเว็บใน Google Search คุณไม่จำเป็นต้องลงชื่อสมัครใช้ Search Console เพื่อให้เนื้อหาได้แสดงในผลการค้นหาของ Google แต่การลงชื่อสมัครใช้จะช่วยให้คุณเข้าใจและปรับปรุงวิธีที่ Google เห็นเว็บไซต์ได้ เราขอแนะนำให้ไปดูข้อมูลใน Search Console ในกรณีต่อไปนี้

  1. หลังจากทำให้ข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้เป็นครั้งแรก
  2. หลังจากเผยแพร่เทมเพลตใหม่หรืออัปเดตโค้ด
  3. วิเคราะห์การเข้าชมเป็นระยะ

หลังจากทำให้ข้อมูลที่มีโครงสร้างใช้งานได้เป็นครั้งแรก

หลังจากที่ Google ได้จัดทำดัชนีหน้าของคุณแล้ว ให้ตรวจหาปัญหาโดยใช้รายงานสถานะผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตามหลักแล้วคุณควรจะเห็นว่าหน้าที่ถูกต้องนั้นมีจำนวนมากขึ้น และข้อผิดพลาดหรือคำเตือนไม่เพิ่มขึ้น หากพบปัญหาในข้อมูลที่มีโครงสร้าง ให้ทำดังนี้

  1. แก้ไขข้อผิดพลาด
  2. ตรวจสอบ URL ที่เผยแพร่เพื่อดูว่ายังมีปัญหาอยู่หรือไม่
  3. ขอการตรวจสอบโดยใช้รายงานสถานะ

หลังจากเผยแพร่เทมเพลตใหม่หรืออัปเดตโค้ด

เมื่อทำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในเว็บไซต์ ให้คอยตรวจดูว่ามีข้อผิดพลาดและคำเตือนเกี่ยวกับข้อมูลที่มีโครงสร้างเพิ่มขึ้นไหม
  • หากเห็นว่ามีข้อผิดพลาดเพิ่มขึ้น อาจเป็นเพราะคุณเผยแพร่เทมเพลตใหม่ที่ใช้งานไม่ได้ หรือเว็บไซต์โต้ตอบกับเทมเพลตที่มีอยู่ด้วยวิธีใหม่และไม่ถูกต้อง
  • หากเห็นว่ารายการที่ถูกต้องลดลง (ไม่สอดคล้องกับข้อผิดพลาดที่เพิ่มขึ้น) อาจเป็นเพราะคุณไม่ได้ฝังข้อมูลที่มีโครงสร้างไว้ในหน้าแล้ว ให้ใช้เครื่องมือตรวจสอบ URL เพื่อดูสาเหตุของปัญหา

วิเคราะห์การเข้าชมเป็นระยะ

วิเคราะห์การเข้าชมจาก Google Search โดยใช้รายงานประสิทธิภาพ ข้อมูลจะแสดงความถี่ที่หน้าปรากฏเป็นผลการค้นหาที่เป็นสื่อสมบูรณ์ใน Search ความถี่ที่ผู้ใช้คลิกหน้า และอันดับเฉลี่ยที่หน้าปรากฏในผลการค้นหา หรือคุณจะดึงผลลัพธ์เหล่านี้โดยอัตโนมัติโดยใช้ Search Console API ก็ได้เช่นกัน

ใช้พารามิเตอร์ UTM ที่กำหนดเองใน Google Analytics

ใช้พารามิเตอร์ UTM ที่กำหนดเองเพื่อติดตามการแสดงผลหลังจากหน้ารายละเอียดงานนำผู้ใช้มายังเว็บไซต์ของคุณ คุณยังใช้พารามิเตอร์กับ Google Analytics หรือเครื่องมือติดตามของบุคคลที่สามอื่นๆ ต่อไปนี้ได้อีกด้วย

utm_campaign=google_jobs_apply
utm_source=google_jobs_apply
utm_medium=organic

หากพบความผันผวนหรือความไม่สอดคล้องที่ไม่คาดคิดในปริมาณการค้นหา ให้ใช้เครื่องมือแก้ปัญหาเพื่อระบุปัญหาและทำการแก้ไข

ความพร้อมใช้งานในภูมิภาค

Google มีแผนที่จะเปิดใช้ฟีเจอร์การค้นหางานในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ขณะนี้ฟีเจอร์นี้พร้อมใช้งานในภูมิภาคต่อไปนี้

  • เอเชีย: พร้อมใช้งานในประเทศต่อไปนี้
    • บังกลาเทศ
    • ฮ่องกง
    • อินเดีย
    • อินโดนีเซีย
    • ญี่ปุ่น
    • คาซัคสถาน
    • คีร์กีซสถาน
    • มาเลเซีย
    • ปากีสถาน
    • ฟิลิปปินส์
    • สิงคโปร์
    • เกาหลีใต้
    • ศรีลังกา
    • ไต้หวัน
    • ไทย
    • อุซเบกิสถาน
    • เวียดนาม
  • ยุโรป: พร้อมใช้งานในประเทศต่อไปนี้
    • ออสเตรีย
    • เบลารุส
    • เบลเยียม
    • เดนมาร์ก
    • ฝรั่งเศส
    • เยอรมนี
    • กรีซ
    • อิตาลี
    • เนเธอร์แลนด์
    • โปรตุเกส
    • รัสเซีย
    • สเปน
    • สวิตเซอร์แลนด์
    • สหราชอาณาจักร
  • ลาตินอเมริกา: พร้อมใช้งานทั่วทั้งภูมิภาค
  • ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ: พร้อมใช้งานในประเทศต่อไปนี้
    • แอลจีเรีย
    • บาห์เรน
    • อียิปต์
    • อิรัก
    • จอร์แดน
    • คูเวต
    • เลบานอน
    • ลิเบีย
    • โมร็อกโก
    • โอมาน
    • ปาเลสไตน์
    • กาตาร์
    • ซาอุดีอาระเบีย
    • ตูนิเซีย
    • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
  • อเมริกาเหนือ: พร้อมใช้งานทั่วทั้งภูมิภาค
  • แอฟริกาใต้สะฮารา: พร้อมใช้งานทั่วทั้งภูมิภาค