การแฮ็กหรือเนื้อหาที่ถูกแฮ็กคืออะไร

เนื้อหาที่ถูกแฮ็กคือเนื้อหาที่วางอยู่ในเว็บไซต์โดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งเป็นผลมาจากช่องโหว่ด้านความปลอดภัยของเว็บไซต์ ในการปกป้องผู้ใช้และรักษาความสมบูรณ์ของผลการค้นหา Google พยายามอย่างดีที่สุดเพื่อกันไม่ให้เนื้อหาที่ถูกแฮ็กปรากฏในผลการค้นหา เนื้อหาที่ถูกแฮกทำให้ผู้ใช้ได้รับผลการค้นหาที่ไม่มีประสิทธิภาพและอาจมีการติดตั้งเนื้อหาที่เป็นอันตรายบนเครื่องของผู้ใช้ เราขอแนะนำให้รักษาเว็บไซต์ให้ปลอดภัยและล้างเนื้อหาที่ถูกแฮ็กเมื่อคุณพบ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายงาน "ปัญหาด้านความปลอดภัย" ใน Search Console

ตัวอย่างบางส่วนของการแฮ็กมีดังนี้

  • เนื้อหาที่แทรกเข้ามา
    เมื่อแฮ็กเกอร์เข้าถึงเว็บไซต์ของคุณได้แล้ว ก็อาจพยายามแทรกเนื้อหาที่เป็นอันตรายลงในหน้าเว็บที่มีอยู่ในเว็บไซต์ การแทรกมักมาในรูปแบบของ JavaScript อันตรายที่แทรกลงมาในเว็บไซต์โดยตรง หรือแทรกลงใน iframe
  • เนื้อหาที่เพิ่มเข้ามา
    บางครั้งแฮ็กเกอร์สามารถเพิ่มหน้าใหม่ๆ ที่มีเนื้อหาเป็นสแปมหรือเป็นอันตรายลงในเว็บไซต์ได้ ซึ่งเกิดจากข้อบกพร่องด้านความปลอดภัย หน้าเหล่านี้มักถูกสร้างมาเพื่อหลอกล่อเครื่องมือค้นหา หน้าที่มีอยู่แล้วของคุณอาจไม่แสดงสัญญาณของการแฮ็ก แต่หน้าที่สร้างขึ้นใหม่เหล่านี้อาจเป็นอันตรายต่อผู้เข้าชมเว็บไซต์หรือประสิทธิภาพของคุณในผลการค้นหาได้
  • เนื้อหาที่ซ่อนไว้
    แฮ็กเกอร์ยังอาจแอบควบคุมหน้าที่มีอยู่ในเว็บไซต์ด้วย โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มเนื้อหาลงในเว็บไซต์ซึ่งเครื่องมือค้นหามองเห็นได้ แต่คุณเองและผู้ใช้ของคุณอาจสังเกตเห็นเนื้อหาเหล่านี้ได้ยากกว่า ซึ่งอาจรวมถึงการเพิ่มลิงก์ที่ถูกซ่อนหรือข้อความที่ถูกซ่อนลงในหน้าโดยใช้ CSS หรือ HTML หรืออาจมีการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อนยิ่งกว่าอย่างการปิดบังหน้าเว็บจริง
  • การเปลี่ยนเส้นทาง
    แฮ็กเกอร์อาจแทรกโค้ดที่เป็นอันตรายลงในเว็บไซต์ซึ่งจะเปลี่ยนเส้นทางผู้ใช้บางคนไปยังหน้าที่เป็นอันตรายหรือเป็นสแปม ประเภทการเปลี่ยนเส้นทางไปยังหน้าอื่นบางครั้งก็ขึ้นอยู่กับ URL ที่มา, User Agent หรืออุปกรณ์ เช่น การคลิก URL ในผลการค้นหาของ Google อาจเปลี่ยนเส้นทางคุณไปยังหน้าที่ต้องสงสัย แต่เมื่อไปที่ URL ดังกล่าวโดยตรงจากเบราว์เซอร์กลับไม่มีการเปลี่ยนเส้นทางไปหน้าอื่น

การแก้ไขเว็บไซต์ที่ถูกแฮ็ก

ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับในการแก้ไขเว็บไซต์ที่ถูกแฮ็กและหลีกเลี่ยงไม่ให้เว็บไซต์ถูกแฮ็ก