นำข้อมูลออกจาก Google

ขั้นตอนที่ 1: เข้าใจปัญหา

คุณต้องตอบคำถาม 2 ข้อต่อไปนี้ก่อนลองนำข้อมูลออก

นำข้อมูลออกจาก Google หรือจากเว็บ

คุณต้องการนำข้อมูลออกจาก Google เท่านั้นหรือต้องการนำออกจากเว็บ การนำข้อมูลออกจาก Google จะไม่เป็นการนำข้อมูลออกจากเว็บ และการนำข้อมูลออกจากเว็บนั้นมีขั้นตอนเพิ่มเติมในการนำข้อมูลออกจาก Google

ใครเป็นผู้ควบคุมหน้าเว็บต้นฉบับของข้อมูลนั้น

ข้อมูลในผลการค้นหาของ Google ดึงมาจากแหล่งที่มา (มักจะเป็นหน้าเว็บหนึ่งแต่ก็ไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป) คุณจำเป็นต้องทราบแหล่งที่มาของเนื้อหานั้นและผู้ควบคุมแหล่งที่มาดังกล่าวเพื่อบล็อกหรือนำเนื้อหาออก

ตัวอย่างแหล่งที่มาที่คุณควบคุม ได้แก่

  • หน้า Blogger ของคุณ
  • เว็บไซต์ที่คุณเป็นเจ้าของ (เช่น โสภณเป็นเจ้าของ www.brandonsbaseballcards.com)
  • เว็บไซต์ Wix หรือ Wordpress ที่คุณใช้งาน
  • ข้อมูลใน Google My Business ที่คุณสร้างสำหรับบริษัทของคุณ
  • โปรไฟล์โซเชียลมีเดียของคุณเองใน Twitter หรือ Facebook

ตัวอย่างแหล่งที่มาที่คุณอาจไม่ได้ควบคุม ได้แก่

  • เรื่องราวเกี่ยวกับคุณในเว็บไซต์หนังสือพิมพ์
  • ข้อมูลในบล็อกของบุคคลอื่น (แม้ว่าคุณจะเป็นผู้สร้างอาร์ตเวิร์กหรือภาพ แต่คุณไม่ได้ควบคุมหน้าที่แสดงอาร์ตเวิร์กหรือภาพดังกล่าว)
  • หน้า Pinterest ที่ปักพินรูปภาพที่คุณถ่ายหรือรูปภาพของคุณ
  • บทความ Wikipedia เกี่ยวกับคุณ
  • โปรไฟล์โซเชียลมีเดียของบุคคลอื่นบน Twitter หรือ Facebook

ขั้นตอนที่ 2: ดำเนินการ

คุณอาจต้องการนำข้อมูลออกจากทั้งผลการค้นหาของ Google และเว็บด้วย ซึ่งคุณต้องจัดการขั้นตอนเหล่านี้แยกกัน

นำข้อมูลออกจากผลการค้นหาของ Google

วิธีนำข้อมูลออกจากผลการค้นหาของ Google นั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณเป็นผู้ควบคุมหน้าเว็บที่โฮสต์ข้อมูลนั้นหรือไม่

ฉันควบคุมหน้าเว็บนั้น

หากเนื้อหานั้นอยู่ในเว็บไซต์ที่คุณควบคุมหรือมีการจัดการเนื้อหาด้วยบัญชีที่คุณควบคุม (เช่น ในหน้า Blogger ของคุณ) หรือคุณเป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่ผ่านการยืนยันใน Google Search Console การนำเนื้อหาดังกล่าวออกจากผลการค้นหาของ Google ทำได้ดังนี้

หากหน้าเว็บต้นฉบับไม่ได้อยู่บนเว็บอีกต่อไป (หรือไม่สามารถเข้าถึงได้)

หากหน้าที่เป็นแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นไม่ได้อยู่บนเว็บอีกต่อไป หรือตอนนี้ต้องลงชื่อเข้าสู่ระบบเพื่อเข้าถึงหน้านั้น ให้ส่งคำขอให้นำ URL ออก (คุณต้องลงชื่อเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google)

หากข้อมูลนั้นยังอยู่บนเว็บ

หากหน้าที่เป็นแหล่งที่มาของข้อมูลนั้นยังคงเข้าถึงได้บนเว็บ และไม่ต้องมีการลงชื่อเข้าสู่ระบบหรือไม่มีคำสั่ง noindex ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. ซ่อนข้อมูลจาก Google Search ชั่วคราวด้วยการส่งคำขอให้นำ URL ออก ซึ่งจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 วัน แต่เป็นการซ่อนเพียงชั่วคราวเท่านั้น (หลังจากประมาณ 90 วัน เนื้อหานั้นจะปรากฏในผลการค้นหาอีกครั้ง) คุณต้องทำขั้นตอนเพิ่มเติมตามที่อธิบายไว้ต่อจากนี้เพื่อนำออกจากผลการค้นหาของ Google อย่างถาวร คุณต้องเป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่ผ่านการยืนยันใน Search Console จึงจะดำเนินการนี้ได้ เราขอแนะนำให้คุณส่งคำขอให้นำหน้าดังกล่าวออกทั้งจากผลการค้นหาและแคชด้วย
  2. นำข้อมูลออกจากผลการค้นหาของ Google อย่างถาวร หากต้องการนำหน้าหรือไฟล์ของคุณออกจาก Google Search อย่างถาวร ให้ทำดังนี้
    • บล็อกการเข้าถึงตามที่อธิบายไว้ในนำข้อมูลออกจากเว็บ
      หรือ
    • เพิ่มแท็ก noindex หรือส่วนหัวในหน้าเว็บ สำคัญ: เมื่อใช้วิธีนี้ โปรดตรวจสอบว่าไฟล์ robots.txt ไม่ได้บล็อกหน้านั้นอยู่
      หรือ
    • นำรูปภาพออกจากผลการค้นหาโดยใช้ robots.txt เพื่อบล็อกรูปภาพหรือหน้าที่โฮสต์รูปภาพนั้น อย่างไรก็ตาม วิธีนี้เป็นการนำรูปภาพออกจากผลการค้นหาเท่านั้น ไม่ใช่หน้าทั้งหน้า หากคุณใช้ robots.txt ก็อาจบล็อกหน้าออกจากผลการค้นหาได้ แต่บล็อกรูปภาพไม่ได้ หากต้องการบล็อกหน้าที่โฮสต์จากผลการค้นหา คุณต้องเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งใน 2 วิธีที่อธิบายไว้ก่อนหน้านี้
  3. [ไม่บังคับ] นำข้อมูลออกหรือจำกัดการเข้าถึง โปรดดูนำข้อมูลออกจากเว็บ หากคุณไม่ดำเนินการ ผู้ใช้ที่มีลิงก์จะยังเข้าถึงเนื้อหาของคุณได้ วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ข้อมูลของคุณปรากฏในเครื่องมือค้นหาที่อาจไม่ดำเนินการตาม robots.txt หรือ noindex หรือช่วยป้องกันไม่ให้เว็บไซต์อื่นเชื่อมโยงมายังข้อมูลของคุณ

ฉันไม่ได้ควบคุมหน้าเว็บนั้น

ขั้นตอนการนำออกจะขึ้นอยู่กับว่าข้อมูลยังคงปรากฏในหน้าเว็บที่ Google พบข้อมูลนั้นหรือไม่

เนื้อหาไม่อยู่ในหน้าเว็บต้นฉบับอีกต่อไป

หากเนื้อหานั้นไม่มีอีกต่อไปแล้ว คุณจะขอให้ Google นำเนื้อหาออกจากผลการค้นหาของ Google ได้โดยใช้เครื่องมือนำเนื้อหาที่ล้าสมัยออก

  1. คำขอนี้ใช้ได้เฉพาะกับหน้าเว็บและรูปภาพที่มีการอัปเดตหรือนำออกจากเว็บไปแล้ว
  2. ใช้ URL ที่ถูกต้องในคำขอ หากคุณใช้ URL ที่ไม่ถูกต้อง ระบบจะไม่นำผลการค้นหานั้นออก
  3. เพิ่มคำขอโดยแยกสำหรับแต่ละ URL ที่พบในผลการค้นเว็บและผลการค้นหารูปภาพของ Google
เนื้อหายังอยู่ในหน้าเว็บต้นฉบับ
  1. ติดต่อเจ้าของเว็บไซต์และขอให้นำหน้าเว็บออก อย่าลืมขอให้นำสำเนาข้อมูลทั้งหมดออกจากหน้าเว็บทุกหน้า รวมทั้งรูปภาพด้วย
  2. หากติดต่อเจ้าของเว็บไซต์ไม่ได้ หรือเจ้าของเว็บไซต์ไม่เต็มใจที่จะนำข้อมูลออก ให้ทำดังนี้
  3. หลังจากนำเนื้อหาต้นฉบับออกแล้ว ให้นำข้อมูลนั้นออกจากผลการค้นหาของ Google โดยใช้เครื่องมือนำเนื้อหาที่ล้าสมัยออก โดยต้องขอให้นำ URL ของแต่ละหน้าหรือของรูปภาพแต่ละภาพที่ปรากฏในผลการค้นหาของ Google ออก

นำข้อมูลออกจากเว็บ

หากคุณต้องการนำข้อมูลจากเว็บ (ไม่ใช่เฉพาะ Google) ก็จะต้องบล็อกหรือนำหน้านั้นออก

การนำข้อมูลออกจาก Google เพียงอย่างเดียวแต่ไม่บล็อกหรือนำหน้าเว็บต้นฉบับออกจะยังทำให้ผู้ที่มีลิงก์เข้าชมหน้านั้นได้อยู่ ผู้ใช้อาจมีลิงก์ไปยังหน้าที่ไม่เป็นสาธารณะของคุณเพราะเคยเข้าชมหน้านั้นมาก่อน หรือได้รับลิงก์จากคนอื่น หรือเพราะหน้าอื่นๆ ลิงก์กับหน้านั้น

หากคุณเป็นผู้ควบคุมหน้า

หากคุณไม่ได้ควบคุมหน้า

ข้อมูลเพิ่มเติม

ข้อมูลเพิ่มเติม

ฉันไม่เห็นด้วยกับบางสิ่งที่พบใน Google Search ฉันจะนำออกได้ไหม

โปรดทราบว่า "อินเทอร์เน็ต" เป็นสถานที่ขนาดใหญ่ และคุณอาจไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วยกับบางสิ่งที่เห็น เป้าหมายของ Google คือการระบุว่าข้อมูลใดจากเว็บมีความเกี่ยวข้องกับคำค้นหาของผู้ใช้ ไม่ใช่การตัดสินว่าเนื้อหาดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในบางลักษณะหรือไม่

อย่างไรก็ตาม หากคุณคิดว่าข้อมูลนั้นมีปัญหาจริงๆ โปรดดูตัวเลือกต่อไปนี้

ฉันจะนำข้อมูลออกจากกราฟความรู้หรืออัปเดตข้อมูลนั้นในผลการค้นหาได้อย่างไร

ดูวิธีอัปเดตการ์ดข้อมูลของ Google โปรดทราบว่าข้อมูลในกราฟความรู้อาจมาจากหลายแหล่งที่มา  สำหรับคำขอทางกฎหมาย โปรดดูที่นี่

ฉันจะนำวิดีโอหรือโพสต์ออกจาก YouTube, Google+, Blogger หรือผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ของ Google ได้อย่างไร

โปรดดูนำข้อมูลออกจากเว็บ

ทำไมฉันจึงใช้ robots.txt บล็อกไฟล์ของฉันไม่ได้

หากใช้ไฟล์ robots.txt ในเว็บไซต์ คุณบอก Google ไม่ให้รวบรวมข้อมูลหน้าเว็บได้ อย่างไรก็ตาม หาก Google พบลิงก์ไปยังหน้าของคุณในเว็บไซต์อื่นพร้อมข้อความอธิบาย เราอาจสร้างผลการค้นหาจากสิ่งนั้น หากคุณใส่แท็ก noindex ในหน้านั้น Google จะมองไม่เห็นเพราะ Google ต้องรวบรวมข้อมูล (ดึงข้อมูล) หน้านั้นก่อนจึงจะมองเห็นแท็กได้ แต่ Google จะดึงข้อมูลหน้าของคุณไม่ได้หากมีไฟล์ robots.txt บล็อกหน้านั้นอยู่ ดังนั้น คุณควรปล่อยให้ Google รวบรวมข้อมูลหน้าและมองเห็นแท็ก noindex หรือส่วนหัว อาจดูเหมือนไม่สมเหตุสมผล แต่คุณต้องปล่อยให้ Google ลองดึงข้อมูลหน้าและทำไม่สำเร็จ (เพราะมีรหัสผ่านป้องกัน) หรือเห็นแท็ก noindex เพื่อให้มั่นใจว่าหน้านั้นจะไม่แสดงในผลการค้นหา

วิธีนี้ใช้ไม่ได้กับรูปภาพ สำหรับรูปภาพนั้น การใช้ robots.txt เป็นวิธีที่ถูกต้องในการบล็อกรูปภาพจากผลการค้นหา